วิธีทําให้หน้าเนียน เราทำแบบนี้ทุกวัน พอได้ประมาณ 1 เดือนเศษๆ

วิธีทําให้หน้าเนียน เราทำแบบนี้ทุกวัน พอได้ประมาณ 1 เดือนเศษๆ ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ตอนแรกผิวจะใสขึ้นก่อน ส่วนความขาวอย่างเห็นได้ชัดจะเริ่มตามมาในเดือนที่สองถึงสาม ซึ่งช่วงหลังๆก็มีบ้างที่เราขี้เกียจทาครีม เราก็ใช้แค่สบู่ผิวขาวอาบน้ำเช้าเย็น เราทำแค่นี้แหละ ไม่ต้องไปซื้อครีมแพงๆ หรือไปฉีดกลูต้าที่ดูน่ากลัว เสี่ยงต่อการตับไตพังเลย อยากให้เพื่อนๆลองเอาไปทำตามกันดู จะบอกอีกอย่างหนึ่งว่า อยากขาวต้องอดทนนะจ๊ะ ข้อสำคัญ เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจนแล้ว ว่ามีผิวที่ขาวขึ้น ขอให้เพื่อนๆพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างจริงจังเลยนะคะ ยิ่งคนที่ดำจากกรรมพันธุ์ การที่ทำให้ผิวขาวขึ้นได้เป็นเรื่องยากแล้ว แต่การรักษาผิวขาวไว้ได้เป็นเรื่องที่ยากกว่า หากโดนแดดหนักๆจนผิวกลับมาคล้ำอีก การจะกลับไปขาวแบบช่วงที่เริ่มบำรุงผิวใหม่ๆ ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม หากเพื่อนๆต้องการ วิธีทําให้หน้าเนียน.
วิธีทําให้หน้าเนียน
วิธีทําให้หน้าเนียน อยากหน้าขาวเหมือนคนนั้น อยากหน้าใสเหมือนคนนี้  เราคงเคยคิดประโยคนี้ในใจเมื่อเจอคนที่มีผิวหน้าขาวใส แน่นอนล่ะใครไม่อยากมีผิวขาวใส ในเมื่อเวลาเดินไปไหนออกจะออร่าสว่างขนาดนั้น ใครๆก็อยากสวยถึงแม้จะสวยไม่เท่านางงาม หรือดาราแต่ขอสวยในแบบของเราก็ยังดี

การที่จะทำให้ผิวหน้าขาวใสย่อมมีหลายขั้นตอน เราเองก็ต้องอดทนใจเย็นๆ ค่อยๆ ดูแลผิวไป การดูแลผิวไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเราจะได้ผิวขาวใสในแบบของเราอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติด้วยค่ะ วิธีทําให้หน้าเนียน

1. ผิวขาวใสจากภายใน แน่นอนว่าการที่เราจะมีผิวดีควรดีมาจากภายใน เพราะไม่มีครีมชนิดใดที่ช่วยให้เลือดสูบฉีดได้ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสได้ หากไม่ได้มาจากสุขภาพภายในปัจจัยพื้นฐานในการดูแลสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพผิวนั่นก็คือ กินดี อยู่ดี นอนหลับดี และสุขภาพจิตดี

1.1 กินดี ไม่ได้หมายความว่าเราต้องกินอาหารเหลาราคาแพงทุกมื้อ แต่หมายถึงต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะในกลุ่มเกลือแร่ เช่น ซีลีเนียม เหล็ก สังกะสี กลุ่มวิตามิน ทั้งวิตามินเอ บี ซี ดี อี รวมทั้งวิตามินอื่นที่หาได้จากผักผลไม้ การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเป็นตัวขับของเสียออกจากร่างกายและช่วยเพิ่มการไหลเวียนออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงผิว

1.2 อยู่ดี หมายถึงการอยู่ในที่ปลอดโปร่ง ไร้มลพิษ การอาศัยอยู่ในแหล่งมลพิษต่างๆ จะทำให้ผิวสะสมอนุมูลอิสระ เมื่อมีมากเกินไปร่างกายไม่สามารถขับออกได้เซลล์ในร่างกายก็จะเสื่อมจากการถูกทำลายทำให้ผิวสะสมแต่ความหมองคล้ำ

แต่ถ้าเราต้องอยู่ในแหล่งที่เต็มไปด้วยมลพิษหรือมลภาวะต่างๆล่ะจะทำอย่างไร แน่นอนว่าเราคงเลือกสถานที่อยู่ไม่ได้ว่าเราไม่อยู่ที่นั่นที่นี่ เพราะมลพิษเยอะ แต่ถ้าเราต้องอาศัยในสถานที่แบบนั้นจริงๆ สิ่งที่เราควรทำ คือ

1.2.1 การรับประทานอาหารมีประโยชน์ การดื่มน้ำให้เพียงพอ งดสิ่งที่ทำให้สุขภาพเสียโดยเด็ดขาดทั้งสุรา บุหรี่

1.2.2 ควรออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที แต่มีข้อห้ามนิดหนึ่ง คือ ห้ามออกกำลังกายในที่แจ้ง ให้ออกกำลังกายในบ้าน วิธีทําให้หน้าเนียน หรือในฟิตเนส เพราะการออกกำลังกายในสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ เราก็สูดเอาสารพิษเข้าปอดเพิ่มขึ้นไปอีก

1.3 นอนหลับดี อาจฟังเหมือนเป็นสุขศึกษาของเด็กชั้นอนุบาล แต่เป็นเรื่องจริงเอาแค่ง่ายๆ ถ้าเรานอนหลับไม่เพียงพอหรืออดนอนสัก 2 คืน เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราเบลอ ลืมง่าย และขี้หงุดหงิด ถ้าเราศึกษาเรื่องนาฬิกาชีวิตมาบ้างเราจะรู้ว่าการนอนหลับสำคัญอย่างไร

การนอนหลับช่วยส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัย ควรนอนหลับให้เพียงพอวันละ 6-7 ชั่วโมง แล้วนอนในห้องที่มืดปราศจากแสงรบกวน เพราะกลไกการสร้างฮอร์โมนตัวนี้จะสร้างได้ดีในยามที่เราหลับและอยู่ในห้องที่มืด เพราะกลไกการสร้าง คือ เมื่อเรตินา (Retina) หรือจอรับภาพตาไม่ได้รับแสง ฮอร์โมนจะถูกสร้างออกมา ถ้าเราอยู่ในที่มีแสงตลอดเวลากลไกการสร้างฮอร์โมนตัวนี้จะหยุดไป อีกทั้งเวลากลางคืนเป็นช่วงเวลาของตับ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการขับสารพิษ และตับยังเป็นแหล่งของกลูต้าไธโอนซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิวขาวตามธรรมชาติ

1.4 สุขภาพจิตดี คือ การทำจิตใจให้แจ่มใส จริงอยู่ว่าในแต่ละวันเราต่างมีเรื่องให้เครียด ให้ทุกข์ใจนานัปการ แต่เราต้องรู้จักจัดการความเครียดและปล่อยวาง เพราะความเครียดเป็นกลไกชั้นดีของอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวทำให้เซลล์เสื่อม ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยง่าย

2. ผิวขาวใสจากภายนอก หรือการบำรุงภายนอกนั่นแหล่ะ นั่นก็คือขั้นตอนการดูแลผิวภายนอกของเราที่เราทำเป็นประจำทั้งตอนเช้า และก่อนเข้านอน แบ่งเป็น 2 ประเภท

2.1 ขั้นตอนการบำรุงผิว การจะมีผิวหน้าขาวใสต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ การทำความสะอาดใบหน้า

2.1.1 การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
A. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารผสมวิตามิน ซี อี หรือกลูต้าไธโอน เพราะสารเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ทำให้ผิวใหม่ขาวใส

B. ดูค่าความเป็นกรดด่างของผลิตภัณฑ์ ควรอยู่ที่ 4.7 – 5.75 ถ้าค่าสูงหรือต่ำกว่านี้จะทำให้ผิวแห้งตึงแสบคัน ผิวเห่อแดง ทำให้ผิวหน้ามีริ้วรอยไม่สดใส

C. ต้องมีคำรับรองว่า Hypo-Allergic คือ มีสารก่อให้เกิดอาการแพ้น้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายยิ่งต้องสังเกตคำรับรองนี้ เพราะถ้าเกิดอาการแพ้จะทิ้งรอยแดง และรอยแผลเป็นไว้ระยะยาว

D. Non-Comedogenic สำหรับผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสม ให้สังเกตคำรับรองนี้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดสิวน้อย หรือหากฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ได้บอกไว้ให้ดูที่ส่วนผสมเน้นที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่มีน้ำมัน (Oil Free) วิธีทําให้หน้าเนียน.

Posted in ครีมสวย, ความงาม | Comments Off

Comments are closed.