วิธีทำให้ผิวขาว วิธีทำให้ผิวขาว อาจจะมีหลายวิธีให้คุณผู้หญิงได้ลองเลือกมาใช้กัน

วิธีทำให้ผิวขาว วิธีทำให้ผิวขาว อาจจะมีหลายวิธีให้คุณผู้หญิงได้ลองเลือกมาใช้กัน แต่ที่แน่ๆ คุณผู้หญิง ไม่มีทางจะให้ผิวของคุณนั้นมีริ้วรอยและหมองคล้ำแน่นอนใช่ไหมล่ะค่ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีวิวัฒนาการจากความงามมากมายให้คุณสาวๆ ได้เลือกใช้กัน ซึ่งบางทีก็เห็นผลบ้าง ไม่เห็นผลบ้าง สิ่งสำคัญคือคุณต้องเสียเงินทองมากมายเพื่อที่จะให้ตัวเองนั้นมีผิวขาว ไม่มีริ้วรอย หรือแม้นแต่ความหมองคล้ำต่างๆ คุณเองก็อาจจะต้องจ่ายเงินไปจำนวนมากๆ เพื่อให้ตัวเองมีผิวที่ขาวขึ้น พอให้ฟังแบบนี้แล้วคุณผู้หญิงคงคิดท้อใจขึ้นมาทันทีใช่ไหมล่ะค่ะ แต่อย่างเพิ่งท้อใจไปเลยค่ะ วันนี้ 108 health เรามีวิธีทำให้ผิวขาวได้โดยไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากมาบอกคุณผู้หญิงกันค่ะ งั้นเราไปดูวิธีทำให้ผิวขาว แบบยาวนานกันดีกว่า วิธีทำให้ผิวขาว.
วิธีทำให้ผิวขาว
วิธีทำให้ผิวขาว 1. ขัดผิว (Exfoliating)
การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้า รากศัพท์ของมันมาจากคำว่า “foliage” ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าอิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบน สุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอกเซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่า อยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้ว เซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวา และดูเป็นสะเก็ดการขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง วิธีทำให้ผิวขาว

2.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว

ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่างๆ เช่น ใยบวบ หรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่างมากยิ่งขึ้น

3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง

หากขัดมากเกินไป ก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่นๆ ได้ง่าย

4. กำจัดของเสียออกไป

ผิวมีหม่นหมอง ดูแล้วมีความมัน ผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้  หรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดี ทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว เป็นปัญหาที่ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย

5. ขัดผิวหน้า

คุณก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์ แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัด เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง

6. การขัดผิวที่ถูกวิธี

สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบ และผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขายดู

7. เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก

นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียน ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น

8. ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวที่เป็นครีมหรือเจล

เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็น เม็ดกลม เพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอก ขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาด แล้วล้างออกด้วยน้ำมากๆ

9. ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ

เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไป อาจทำให้แสบผิวได้ เพราะใยบวบ เหล่านี้มีลักษณะสาก และหยาบ เวลาขัด จึงควรขัดเบาๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำ และเมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง

10.ใช้ผ้าสำหรับถูตัว
หรือจะเป็นฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิว โดยใช้ร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้

11.เลียนแบบจากสปาชั้นนำ

โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่าง เติมเกลือเม็ดลงไป และเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบาๆ ให้ทั่วตัว และล้างตัวด้วยน้ำสะอาด

12.แปรงผิวสามารถใช้ได้แถมเวิร์คด้วย

โดยขัดเบาๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไป หรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้

13.ปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น

ควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ วิธีทำให้ผิวขาว จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติ ผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนานๆ

14.รู้ยัง เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง

โดยการใช้เกลือเม็ดเล็กๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

15.สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้ายๆ กัน

คือบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ, น้ำตาล, อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอม อีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด

16.เราสามารถทำสครับใช้เองง่ายๆ

ด้วยการใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อย แต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคือง มีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ

17.วิธีทำให้ผิวขาว โดย มะขามเปียก และ สับปะรด

ทั้ง 2 ชนิดนี้มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคล มีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวขาวใส มีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อนๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว วิตามินสูง แต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรด เหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก, ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวัง ลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรก แต่ไม่เป็นกรดมาก

18.เลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด

เช่นเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว, ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว, น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง, งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคือง และกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคม จึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการ เสียดสี

19.ใช้น้ำมัน

จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่น และเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิว แต่เกรงว่าผิวจะแห้ง เกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้ว น้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป

20. เพิ่มความหอมรื่นรมย์

สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหย เข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้ได้ วิธีทำให้ผิวขาว.

Posted in ผิวขาว | Comments Off

การพอกหน้าด้วยไข่ขาว สิวเสี้ยนเป็นเหมือนขยะหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งยังตกค้างอยู่ในรูขุมขน

การพอกหน้าด้วยไข่ขาว สิวเสี้ยนเป็นเหมือนขยะหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งยังตกค้างอยู่ในรูขุมขน มักเกาะกลุ่มอยู่ตรงส่วนที่มีความมันเช่นหน้าผาก จมูก และคาง เรามีวิธีง่ายๆ ในการกำจัดสิวเสี้ยนที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน ด้วยวัตถุดิบพื้นฐานง่ายๆ จากในครัวอย่างไข่ขาวและมะนาวมาฝาก การพอกหน้าด้วยไข่ขาว.
การพอกหน้าด้วยไข่ขาว
การพอกหน้าด้วยไข่ขาว อุปกรณ์และส่วนผสม
โฟมสครับผิว
ไข่ขาว
มะนาว
กระดาษเช็ดปาก

Step 1 : ใช้โฟมหรือสบู่เหลวล้างหน้าทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด จากนั้น ใช้โฟมสครับผิวขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขนอีกที ขัดผิววนเป็นวงกลม แล้วล้างออกให้สะอาด

Step 2 : เทน้ำร้อนจัดลงในหม้อหรือชามใบใหญ่ หรืออาจเปิดน้ำร้อนในอ่างล้างหน้า ก้มหน้าลงเพื่อให้ไอน้ำร้อนช่วยเปิดรูขุมขน เพื่อให้การมาส์กได้ผลดียิ่งขึ้น

Step 3 : ผสมน้ำมะนาว 1/4 ถ้วย กับไข่ขาวล้วน 2 ฟองในชาม ผสมให้เข้ากัน

Step 4 : ทาส่วนผสมลงบางๆ บนใบหน้า เน้นส่วนที่ต้องการกำจัดสิวเสี้ยนมากเป็นพิเศษ

Step 5 : ตัดแบ่งกระดาษเช็ดปากเป็นสี่เหลี่ยมทั้งหมด 5 ชิ้น แล้วแปะลงบนหน้าผาก จมูก คาง และแก้มทั้งสองข้าง กระดาษเช็ดปากจะติดแน่นบนผิวหน้า ปล่อยทิ้งไว้จนกระดาษเริ่มแข็งตึง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที การพอกหน้าด้วยไข่ขาว

Step 6 : ค่อยๆ ลอกกระดาษเช็ดปากออก จะเห็นว่ามีสิวเสี้ยนติดออกมาด้วย จากนั้น ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อปิดรูขุมขนค่ะ
T i p s  : มะนาวมีกรดอัลฟาไฮดร็อกไซด์ที่มีสารขัดผิวตามธรรมชาติและรักษาสิว สามารถจัดการกับสิวเสี้ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนไข่ขาวนั้นมีส่วนช่วยตรึงอิลาสตินในผิว ทำให้รูขุมขนกระชับ และยังดูดซับน้ำมันส่วนเกินในผิว ที่สำคัญยังช่วยบำรุงผิวที่เริ่มมีริ้วรอยได้อีกด้วย
พอกหน้ารักษาสิวด้วยไข่ขาว ช่วยให้สิวหายได้จริงหรือ?

การพอกหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวเป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายรักษาสิว โดยส่วนใหญ่มักจะทำเป็นมาร์คเพื่อใช้ลอกสิวเสี้ยน สิวหัวขาว รักษาสิวสิวหัวดำ รักษาสิวโดยที่มีการบอกถึงสรรพคุณของไข่ขาวในการรักษาสิว ซึ่งไข่ขาวช่วยดูดซับความสกปรกบนใบหน้ารักษาสิว ดูดซับความมัน ช่วยให้รูขุมขนกระชับรักษาสิว ทำให้หน้าเนียน ขาวใสไร้สิว รักษาสิว

แต่ในความเป็นจริงของการลอกสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาวนั้นรักษาสิวจะเป็นการทำให้สิวเสี้ยนขึ้นมามากว่าเดิมได้รักษาสิว เนื่องจากการลอกรักษาสิวหน้านั้นเป็นการดึงสิวที่อยู่บริเวณรูขุมขนออกมาอย่างแรง รักษาสิวทำให้เกิดไปกระตุ้นขนที่บริเวณรูขุมขนให้มีการสร้างสิวเพิ่มขึ้นมาอีกรักษาสิว การพอกหน้าด้วยไข่ขาว ดังนั้นหากจะลอกหน้าเพื่อกำจัดสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาวนั้นรักษาสิวอาจจะไม่ใช่วิธีมี่เหมาะสมนัก รักษาสิวแต่ไม่ใช่ว่าไข่ขาวจะไม่ดี รักษาสิวที่พูดถึงรักษาสิวจริงๆก็คือวิธีการใช้ไข่ขาวรักษาสิวด้วยการลอกหน้านั้นไม่ถูกต้องรักษาสิว

นี่เป็นวิธีที่เราทดลองแล้วค่ะ ดีมากเลย ประหยัดอีกด้วย ลองไปทำกันดูค่ะ
รับรองหน้าเนียนขาวสวยกันเลยทีเดียว
วิธีที่ 1 การพอกหน้าด้วยไข่ขาวสามารถให้ประโยชน์หลายอย่าง ดังนี้
- ลดความมันบนใบหน้า
- ทำให้หน้าขาวขึ้นได้
- ทำให้รูขุมขนเล็กลง
- เพิ่งความเต่งตึงบนใบหน้าได้

• วิธีก็ง่ายมากๆเลยค่ะ สามารถทำเองที่บ้าน โดยใช้ไข่เพียงฟองเดียว
1. ตอกไข่แล้วก็แยกไข่ขาวกับไข่แดง
2. นำไข่ขาวมาทาบางๆที่ใบหน้า เว้นบริเวนรอบดวงตา
3. หลังทาไข่ขาวบนใบหน้า ห้าม! ขยับใบหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน้าย่นได้
3. จากนั้นก็รอให้มันแห้ง พอแห้งแล้วจะรู้สึกตึงๆบนใบหน้า
4. ล้างออก

แนะนำ จริงๆ แล้วเราก็สามารถใช้ไข่แดงได้ด้วย
ไข่แดงเป็น natrural moisturizer แต่ไม่ไช่ผสมกันนะ ทำที่ละอย่าง
เราแนะนำให้ทำ อาทิตย์ละครั้งก็พอ
ถ้าไม่อยากทิ้งไข่ที่เหลือ เราก็เอามาเจียวไข่ต่อก็ได้

ไข่ขาวพอกหน้า เคล็ดลับหน้าใสง่าย ๆ สำหรับคุณสาว ๆ ที่อยากรู้จะว่าใช้ไข่ขาวพอกหน้าแล้วดียังไง และช่วยอะไรได้บ้าง มาดูข้อมูลความงามที่กระปุกดอทคอมเอามาฝากกันเลยค่ะ
ไข่ นอกจากจะนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูแล้ว อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าประโยชน์ของไข่นั้น ยังสามารถทำมาใช้บำรุงผิวพรรณได้ดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ยังมีคุณสาว ๆ หลายคนที่ยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า ไข่ โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่าไข่ขาวนั้น จริง ๆ แล้วสามารถนำมาพอกหน้า ช่วยให้หน้าใส ลดสิวเสี้ยน และช่วยทำให้หน้าเนียนนุ่มขึ้นได้จริงหรือไม่ ? ซึ่งหากใครที่กำลังมีคำถามนี้อยู่ในใจและกำลังอยากจะลองพอกหน้าด้วยไข่ขาวกับเขาดูบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลความงามจากไข่ขาวมาเป็นคำตอบยืนยันให้สาว ๆ ได้มั่นใจกันแล้วค่ะ การพอกหน้าด้วยไข่ขาว.

Posted in ความงาม, สิว ริ้วรอย | Comments Off

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต การพอกหน้าถือเป็นการบำรุงผิวหน้าแบบหนึ่ง

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต การพอกหน้าถือเป็นการบำรุงผิวหน้าแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้ผิวหน้าได้พักผ่อนและบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก การพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นจะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ให้หลุดออกไป ขจัดสิวเสี้ยน ลดความมัน จุดด่างดำ ริ้วรอยหยาบกร้าน และยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นขาวเนียนกระจ่างใสดูมีสุขภาพดี วันนี้เราจึงได้รวบรวมสูตรการบำรุงเพื่อผิวหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ตมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต.
พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต
พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต สูตรที่ 1 โยเกิร์ตผสมน้ำมะนาว
สูตรง่ายๆสูตรนี้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวมันค่ะ ง่ายๆ เพียงตักโยเกิร์ตประมาณ 2-3 ช้อน แล้วบีบมะนาวใส่สัก 3-4 หยด คนให้เข้ากันดีนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที มะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ขาวสดใสกว่าเดิมค่ะ ส่วนโยเกิร์ตจะช่วยลดการระคายเคืองผิวค่ะ แต่สำหรับสาวผิวแห้งไม่ควรทำบ่อยนะคะ

สูตรที่ 2 โยเกิร์ตกับกล้วยหอม
ง่ายๆ เพียงบดกล้วยหอมให้ละเอียดผสมกับโยเกิร์ตคนให้เข้ากัน หรือใครจะใช้วิธีปั่นรวมกันก็ได้นะคะ แล้วนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ กล้วยหอมและนมสดจะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ค่ะ

สูตรที่ 3 น้ำผึ้งผสมโยเกิร์ต
สำหรับสรรพคุณของน้ำผึ้งคงไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาวนะคะ และเมื่อนำมาผสมกับโยเกิร์ตผสมกันแล้วคนให้เข้ากันดี นำไปพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งและโยเกิร์ตจะช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ค่ะ พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

สูตรที่ 4 กระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตและผงพิเศษตรร่มชูชีพ
สูตรนี้ประกอบไปด้วย โยเกิร์ตประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผงพิเศษตราร่มชูชีพ 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวสัก 2-3 หยด เพียงผสมโยเกิร์ตและผงพิเศษให้เข้ากันดี แล้วบีบมะนาวลงไปสัก 2-3 หยด นำมาทาให้ทั่วใบหน้า แล้วนวดหมุนวนเป็นวงกลมเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด คุณจะรู้สึกว่าผิวหน้าตึงๆ เนื่องจากรูขุมขนกระชับ และผิวหน้าดูเรียบเนียน ขาวใส

ก่อนพอกหน้าทุกครั้งอย่าลืมเตรียมผิวหน้าให้พร้อมด้วยการหน้าหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยนะคะ

เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนอยากมีใบหน้าที่ขาวใส ไม่ดำคล้ำ กระดำกระด่าง จริงมั้ยคะ วันนี้เราเลยมีสูตรมามาร์คหน้าจากโยเกิร์ตมาฝากค่ะ สูตรนี้รับประกันว่าเห็นผลแน่นอน ผิวหน้าจะขาว ใส ไร้สิวฝ้า มีออร่าแบบสุดๆ ที่สำคัญทำได้บ่อยๆตามที่ต้องการ เพราะราคาถูกมากๆ

สูตรหน้าขาวใสสูตรที่ 1
ให้เตรียม โยเกิร์ต มะเขือเทศบดหรือสับละเอียด ผงขมิ้น และน้ำมะขามเปียก นำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันโดยปรับส่วนผสมได้ตามต้องการ พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต เช่นหากส่วนผสมแห้งเกินไปก็ใส่โยเกิร์ตเพิ่ม หรือเหลวเกินไปก็เติมผงขมิ้นเพิ่มได้ นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้จนแห้ง แล้วจึงล้างออกให้สะอาด พอกเป็นประจำสัปดาห์ละ1ครั้ง จะทำให้หน้าขาว ใส มีออร่า นุ่มเนียนดีมาก
สูตรหน้าขาวใสสูตรที่ 2
นี้ใช้โยเกิร์ตอีกเช่นกัน แต่ให้นำโยเกิร์ต 1 ถ้วย ผสมกับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันดีแล้วนำมาชโลมให้ทั่วผิวหน้า ใช้ปลายนิ้วขัดเบาๆ ให้ทั่ว ประมาณ 5 นาที แล้วทิ้งไว้บนผิวหน้าอีก 5 นาทีแล้วจึงล้างออก สูตรนี้ทำได้เดือนละครั้งค่ะ นอกจากผิวเปล่งปลั่งแล้วยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอีกด้วย
สูตรหน้าขาวใสสูตรที่ 3
ใช้โยเกิร์ตอีกเช่นเคยค่ะ โดยนำโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะผสมกับมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ 2-3 ลูก ปั่นให้เข้ากันแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า 15 นาทีแล้วค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้ผิวคุณจะได้ประโยชน์จากวิตามินซีในมะเขือเทศเพิ่มขึ้นอีกทำให้หน้าใสอมชมพูเหมือนเด็กค่ะ
ใครอยากหน้าขาวใส และไม่อยากเสียเงินไปทำหน้าตามคลีนิคแพงๆ ก็ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ ปลอดภัยไร้สารเคมี ไม่มีสารตกค้างแน่นอนค่ะ พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต.

Posted in ความงาม, ผิวขาว | Comments Off

วิธีทำให้หน้าขาว วิธีทำให้ผิวขาว อาจจะมีหลายวิธีให้คุณผู้หญิงได้ลองเลือกมาใช้กัน

วิธีทำให้หน้าขาว วิธีทำให้ผิวขาว อาจจะมีหลายวิธีให้คุณผู้หญิงได้ลองเลือกมาใช้กัน แต่ที่แน่ๆ คุณผู้หญิง ไม่มีทางจะให้ผิวของคุณนั้นมีริ้วรอยและหมองคล้ำแน่นอนใช่ไหมล่ะค่ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีวิวัฒนาการจากความงามมากมายให้คุณสาวๆ ได้เลือกใช้กัน ซึ่งบางทีก็เห็นผลบ้าง ไม่เห็นผลบ้าง สิ่งสำคัญคือคุณต้องเสียเงินทองมากมายเพื่อที่จะให้ตัวเองนั้นมีผิวขาว ไม่มีริ้วรอย หรือแม้นแต่ความหมองคล้ำต่างๆ คุณเองก็อาจจะต้องจ่ายเงินไปจำนวนมากๆ เพื่อให้ตัวเองมีผิวที่ขาวขึ้น พอให้ฟังแบบนี้แล้วคุณผู้หญิงคงคิดท้อใจขึ้นมาทันทีใช่ไหมล่ะค่ะ แต่อย่างเพิ่งท้อใจไปเลยค่ะ วันนี้ 108 health เรามีวิธีทำให้ผิวขาวได้โดยไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากมาบอกคุณผู้หญิงกันค่ะ งั้นเราไปดูวิธีทำให้ผิวขาว แบบยาวนานกันดีกว่า วิธีทำให้หน้าขาว.
วิธีทำให้หน้าขาว
วิธีทำให้หน้าขาว          1. ขัดผิว (Exfoliating)

การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้า รากศัพท์ของมันมาจากคำว่า “foliage” ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าอิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบน สุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอกเซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่า อยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้ว เซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวา และดูเป็นสะเก็ดการขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง

2.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว

ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่างๆ เช่น ใยบวบ หรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่างมากยิ่งขึ้น วิธีทำให้หน้าขาว

3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง

หากขัดมากเกินไป ก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่นๆ ได้ง่าย

4. กำจัดของเสียออกไป

ผิวมีหม่นหมอง ดูแล้วมีความมัน ผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้  หรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดี ทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว เป็นปัญหาที่ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย

5. ขัดผิวหน้า

คุณก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์ แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัด เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง

6. การขัดผิวที่ถูกวิธี

สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบ และผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขายดู

7. เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก

นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียน ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น

8. ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวที่เป็นครีมหรือเจล

เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็น เม็ดกลม เพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอก ขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาด แล้วล้างออกด้วยน้ำมากๆ

9. ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ

เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไป อาจทำให้แสบผิวได้ เพราะใยบวบ เหล่านี้มีลักษณะสาก และหยาบ เวลาขัด จึงควรขัดเบาๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำ และเมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง

10.ใช้ผ้าสำหรับถูตัว
หรือจะเป็นฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิว โดยใช้ร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้

11.เลียนแบบจากสปาชั้นนำ

โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่าง เติมเกลือเม็ดลงไป และเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบาๆ ให้ทั่วตัว และล้างตัวด้วยน้ำสะอาด

12.แปรงผิวสามารถใช้ได้แถมเวิร์คด้วย

โดยขัดเบาๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไป หรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้

13.ปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น

ควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติ ผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนานๆ

14.รู้ยัง เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง

โดยการใช้เกลือเม็ดเล็กๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

15.สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้ายๆ กัน

คือบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ, น้ำตาล, อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอม อีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด

16.เราสามารถทำสครับใช้เองง่ายๆ

ด้วยการใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อย แต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคือง มีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ

17.วิธีทำให้ผิวขาว โดย มะขามเปียก และ สับปะรด

ทั้ง 2 ชนิดนี้มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคล มีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวขาวใส มีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อนๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว วิตามินสูง แต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรด เหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน วิธีทำให้หน้าขาว เช่น ข้อศอก, ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวัง ลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรก แต่ไม่เป็นกรดมาก

18.เลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด

เช่นเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว, ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว, น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง, งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคือง และกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคม จึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการ เสียดสี

19.ใช้น้ำมัน

จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่น และเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิว แต่เกรงว่าผิวจะแห้ง เกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้ว น้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป

20. เพิ่มความหอมรื่นรมย์

สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหย เข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้ได้ วิธีทำให้หน้าขาว.

Posted in ผิวขาว | Comments Off

รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า

รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า comedo หรือ comedones ซึ่งมีความหมายมาจากภาษาละตินที่แปลว่ามีลักษณะคล้ายหนอน เนื่องจากเวลาเราบีบหรือกดก็จะเห็นไขมันออกมาเป็นเส้นยาวๆคล้ายกับหนอน และเราจะจัดสิวอุดตันเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflammatory acne) สิวอุดตันจะมีลักษณะเป็นเม็ดสิวเล็ก ๆ เวลาเราเอามือสัมผัสหน้าจะรู้สึกว่ามีความสากหรือขรุขระบนผิวหน้า โดยอาจมีเข้มหรือบางครั้งก็มีสีขาว ทำให้มีการเรียกสิวอุดตันว่า สิวหัวดำ (blackhead) และ สิวหัวขาว (whitehead) ตามลักษณะที่ปรากฎ รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ.
รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ
รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ ในบทความนี้เราจะแนะนำถึงสาเหตุและประเภทของสิวอุดตัน รวมถึงการรักษาสิวอุดตันโดยใช้ยาและไม่ใช้ยา
ก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ากายวิภาค (anatomy) ของต่อมขนและต่อมไขมันเป็นอย่างไร

ปกติแล้วบริเวณผิวหนังจะมี ต่อมขน (hair follicle) ซึ่งเป็นแหล่งที่กำเนิดเส้นขน และใกล้ๆกับต่อมขนก็จะมีต่อมไขมัน (sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ออกมาผ่านทางท่อต่อมไขมัน (sebaceous duct) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรูขุมขน และจะขับออกสู่ผิวหนังภายนอกต่อไป

บริเวณที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมากได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ส่วนบนของหน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเราจะสังเกตว่าสิวมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ และพบว่าต่อมไขมันที่บริเวณข้างต้นจะมีขนาดใหญ่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ

โดยทั่วไปเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีสิวเพิ่มขึ้น ก็เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเพศชายเพิ่มขึ้น แม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเกี่ยวกับเพศชายแต่เพศหญิงก็มีการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน

ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน

การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน
ผิวหนังที่อับชื้นจากการใช้เครื่องสำอางประเภทให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) หรืออากาศที่ร้อนชื้น
การบีบสิว การล้างหน้าที่รุนแรงเกินไป การใช้สารเคมีเพื่อลอกหน้าที่มีความรุนแรง และการรักษาด้วยเลเซอร์ อาจจะทำให้เกิดการแตกภายในรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้
เครื่องสำอางบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีความมัน โดยสารบางตัว เช่น ไอโซโพรพิลไมริสเตต (isopropyl myristate) โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และสีในเครื่องสำอาง อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) หรืออาจเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ก็ได้
เส้นขนหรือผมที่ไม่สามารถเจริญเติบโตพ้นผิวหนัง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอักเสบได้เช่นเดียวกัน
พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีสิวอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
อาหารบางชนิด โดยพบว่าสารฮอร์โมนธรรมชาติที่พบในนมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็สัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) และฮอร์โมนแอนโดรเจน
เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเกิดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน 5-เทสโทสเตอโรน (5-testosterone) หรือฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย
มีการลดลงของสารไลโนเลเอท (linoleate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในซีบัม (sebum) หรือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน
มีการหลั่งสารก่อการอักเสบจากเซลล์ที่อยู่บริเวณต่อมขน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
สิวอุดตันอาจจะเกิดจากกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ที่ถูกสร้างมาจากแบคทีเรียบนผิวหน้า

ชนิดของสิวอุดตัน
โดยทั่วไปแล้วเราจะจัดสิวอุดตันจัดเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflamatory acne) โดยลักษณะของสิวอุดตันอาจจำแนกได้เป็น
ไมโครโคมีโดน (micromedones)

เป็นสิวอุดตันที่มองไม่เห็น เนื่องจากยังมีการอุดตันของรูขุมขนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้ายังมีการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันเพิ่มขึ้น รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ ก็จะมีการสะสมสิ่งอุดตันเพิ่มขึ้น กลายเป็นสิวอุดตันที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ โดยสิวประเภทนี้อาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบนูนแดง (papule) ได้

สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด (whitehead หรือ closed comedones)

เป็นสิวอุดตันที่มองเห็นได้ แต่ตัวสิวยังอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งยังไม่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอก จึงเรียกว่าสิวหัวปิด และสิ่งอุดตันก็ยังเป็นสีขาว จึงเรียกว่าสิวหัวขาว โดยจะพบว่ามากกว่าร้อยละ 75 ของสิวชนิดนี้จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบ โดยอาจเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Propionebacterium acnes (P. acnes)

สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด (blackhead หรือ open comedones)

จัดเป็นสิวอุดตันที่มองเห็นได้อีกชนิดหนึ่ง แต่ตัวไขมันที่อุดตันอยู่ รวมถึงโปรตีนเคราตินซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในผิวหนัง และสิ่งสกปรกอื่นๆที่อุดตันอยู่ เปิดออกสัมผัสกับอากาศภายนอก จึงเรียกว่าสิวหัวเปิด ซึ่งเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่าปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidation) ทำให้ไขมันและสิ่งอุดตันกลายเป็นสีดำ จึงเป็นที่มาของสิวหัวดำนั่นเอง

มาโครโคมีโดน (macrocomedones)

เป็นสิวอุดตันที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2 ถึง 3 มิลลิเมตร

ไจแอนท์โคมีโดน (giant comedones)

เป็นสิวซิสต์ชนิดหนึ่ง ที่หัวสิวเปิดออกและมีสีดำเหมือนสิวหัวดำ

โซลาร์โคมีโดน (solar comedones)

เป็นสิวอุดตันที่มักจะพบบริเวณแก้ม และคาง โดยส่วนมากแล้วจะพบในผู้สูงอายุ โดยเชื่อว่าเกิดจากความเสียหายของผิวหนังจากแสงแดด รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ.

Posted in สิว ริ้วรอย | Comments Off

วิธีเพิ่มขนาดท่านชาย วิธีเพิ่มขนาด “อวัยวะเพศชาย” แบบนวดธรรมชาติ ไม่อันตราย

วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย วิธีเพิ่มขนาด “อวัยวะเพศชาย” แบบนวดธรรมชาติ ไม่อันตราย
วิธีเพิ่มขนาดท่านชาย
ต่อไปนี้คือวิธีการขยายเจ้าโลก ซึ่งท่านไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย
ใช้แค่เพียงมือทั้งสองข้างของท่านเท่านั้น
* ตื่นเช้าก่อนล้างหน้าแปรงฟัน หาเก้าอี้นั่งให้สบายๆ
แล้วใช้นำ้ามันมะกอกลบู ไล้น้องชายของท่านให้ลื่นพอประมาณ
ไม่ต้องใส่จนชุ่มโชกเปียกมากเกินไป (น้ำมันมะกอกยี่ห้ออะไรก็ได้)
ที่ให้ทำเวลาเช้า ก็เพราะท่านได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว
แต่ถ้าหากไม่ว่างก็ทำก่อนนอนก็ได้ วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย.
วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย

วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย 1. ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายและนิ้วชี้ซ้ายหนีบตรงโคนอวัยวะเพศ
นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน นิ้วชี้อยู่ด้านล่าง

รูด ขึ้นไปจนถึงรอยหยัก
รูด ช้าๆ อย่าหนีบแน่นจนเกินไป จะทำให้ช้ำ

จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือขวา และนิ้วชี้ขวา
หนีบตรงโคนอวัยวะเพศรูดขึ้นไปจนถึงรอยหยัก ก็รูด ช้าๆเหมือนกัน
ทีนี้ก็ซ้าย-ขวาสลับไปมา 50 ครั้ง

ถ้าน้องชายแข็งขึ้นก็ต้องรูด เบาๆ อย่าบีบแรง

2. เมื่อครบ 50 ครั้งแล้ว ใช้นิ้วหัวแม่มือขวาและนิ้วชี้ขวา(ถนัดขวา)
กำและชักขึ้นลงระหว่างโคนถึงรอยหยัก ไม่ให้ถูกบริเวณหัว
(สาเหตุที่ไม่ให้ถกู หัวนั้น เพราะจะทำให้เสียวเกินไป กลายเป็นสำาเร็จความใคร่) วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย

ทำข้อ 2 นี้ประมาณ 3 นาที หากน้ำจะออกท่านต้องหยุดนะครับ
ให้พักก่อน จนความเสียวลดลง

3. ใช้ฝ่ามือซ้ายรองไว้ด้านล่าง ฝ่ามือขวาอยู่ด้านบน นวดประมาณ 2 นาที

4. ทีนี้ท่านก็ขมิบก้น ให้น้องชายกระดกๆสัก 50 ครั้ง
ใหม่ๆอาจไม่ถึงก็ได้ ค่อยๆฝึกไป

ครบ 4 ข้อแล้วท่านก็ย้อนกลับไปเริ่มที่ข้อ 1 ใหม่
ถ้ารู้สึกฝืดเพราะน้ำมันแห้งก็ใส่เพิ่มไปนิดหน่อย ทำซ้ำอย่อย่างนี้ 15 นาที
อย่าให้เกินนะครับ วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย นานวันไปก็ทำเพิ่มเป็น 30 นาที
ทำวันละครั้งก็พอแล้ว ไม่ต้องใจร้อน

การทำมากเกินไป ทำวันละหลายๆครั้ง ทำครั้งละ นานๆนั้นไม่เกิดผลดี
ทำให้น้องชายเหนื่อย จะเกิดอาการเหี่ยว-ไม่ส้ตูามมา
ให้หมั่นสังเกตว่าการทำแบบไหนดีที่สุด
นานแค่ไหนจะเหมาะสมก็ให้ทำแบบนั้น
เพราะว่าสภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ภายใน 1 เดือน ท่านจะรู้สึกเลยว่า น้องชายมันใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น
แฟนท่านต้องทักแน่นอนว่าใหญ่กว่าเก่า เวลาร่วมเพศจะร้สึกว่ากระชับแน่นกว่าเดิม
ให้ความรู้เสึกเสียวดีมาก และมีน้ำอดน้ำทน ไม่หลั่งเร็วเหมือนที่ผ่านๆมา

ภายใน 3 เดือน จะเห็นว่ามันใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน ทีนี้ก็ทำไปเรื่อยๆนะครับ
ทำไปจนวันไหนที่คิดว่าไม่ต้องการใช้มันแล้ว ชาตินี้พอแล้ว ก็เลิกทำ
เอาใจช่วยนะครับ ทนนิดไม่อันตรายนะครับ วิธีเพิ่มขนาดน้องชาย.

Posted in สมรรถภาพ | Comments Off

สักคิ้วถาวร เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เคยใช้เลย

สักคิ้วถาวร แปรงเขียนคิ้ว แปรงเขียนคิ้วจะมีหลากหลายขนาดและหลากหลายแบรนด์ ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย สำหรับมือใหม่หัดขับที่ยังไม่มีไว้ในครอบครองอาจจะลองหาซื้อตามตลาดนัดก็ได้นะคะ มาฝึกใช้ให้เก่งก่อนแล้วค่อยขยับขยายไปอันแพง ๆ ตามต้องการ โดยวิธีดูคือ ให้ดูขนาดพื้นที่คิ้วของเราว่ามันเล็กหรือใหญ่ก็เลือกขนาดให้เหมาะสม ขนแปรงไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป ถ้านุ่มเกินเวลาใช้จะทำให้ฝุ่นเขียนคิ้วฟุ้งเลอะส่วนอื่นที่เมคอัพไว้แล้ว สักคิ้วถาวร.

สักคิ้วถาวร

2. ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น

สักคิ้วถาวร เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เคยใช้เลย หรือไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น อาจจะเพราะว่าใช้ยาก ไม่ทันใจเท่าดินสอสี ไม่คมชัด และบางทีใช้และฝุ่นเลอะเทอะลงมาที่ตาต้องมาคอยเก็บงานอีก แต่ไก่อยากแนะนำให้ลองใช้ดูนะ เพราะว่าข้อดีของมันคือ คิ้วจะดูเบาเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือเข้มจนโดดออกมามากเกินไป วิธีการเลือกซื้อนั้นควรดูที่โทนสีเป็นหลัก ซึ่งจะมีโทนออกน้ำตาล และโทนแดง ซึ่งจะดูจากสีผมด้วย ตามปกติสีคิ้วควรจะสีอ่อนกว่าสีผมหนึ่งระดับ

อุปกรณ์พื้นฐานที่ทุกคนรู้จัก มีทั้งแบบดินสอใช้เหลา แบบหมุน แบบเจล และหลากหลายโทนสีให้เลือกใช้ เวลาไก่เลือกจะเลือกที่สีชัด เนื้อแน่น เวลาเขียนต้องไม่ออกมาเป็นก้อน เวลาใช้จะต้องเบามือมากถึงมากที่สุดเพื่อให้สีไม่เข้มจนเกินไป ปกติใช้เติมส่วนที่ฝุ่นเขียนคิ้วเก็บได้ไม่หมด เช่น หางคิ้ว หรือส่วนแหว่ง ๆ ไม่มีขนคิ้ว สักคิ้วถาวร

ว่าด้วยเรื่องของ “การเขียนคิ้ว Cute Cute”สำหรับมือใหม่หัดเขียน ตอนที่ 2 เขียนคิ้วยังไงให้ Cute Cute

ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียนคิ้วของไก่เองซึ่งไม่ได้เป็นรูปแบบที่ตายตัว แต่เป็นวิธีที่ไก่เอามาแชร์แบ่งปันความรู้กัน เขียนคิ้วเริ่มต้นจากตรงไหนดี

1. กันคิ้ว แค่ได้ยินคำนี้สาว ๆ หลายคนก็จะรู้สึกขยาดขึ้นมาเลย ไก่เชื่อว่าหลายคนเคยมีประสบการณ์คิ้วหายกลายเป็นแม่ชีในทันใด ไม่ว่าจะด้วยการกันคิ้วเองหรือให้ช่างกันให้ ทำให้มีหลายคนที่ไม่ยอมกันคิ้วเด็ดขาด ซึ่งส่วนตัวไก่เองก็เคยโดนมาเหมือนกันจึงค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกนี้ แต่อย่างไรก็ตามไก่ก็ยังยืนยันว่าสาว ๆ ควรจะกันคิ้ว เพื่อให้คิ้วมีทรงที่สวยชัดเจนและเสริมใบหน้า ลองหาช่างที่ไว้ใจได้กันคิ้วให้นะคะ อย่าได้คิดจะทำเองเพราะนอกจากจะทำให้คิ้วแหว่งและไม่เท่ากันแล้ว อาจจะได้ทรงคิ้วที่ไม่เสริมใบหน้าด้วย เพราะพื้นฐานได้ทรงคิ้วสวยแล้วย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง

“บางคนอาจจะยังงงว่าคิ้วแต่ละคนมีทรงที่แตกต่างกันยังไง แล้วมันจะเสริมบุคลิกได้ยังไง” ไก่จะยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น คนที่คิ้วรก ๆ หนาแล้วบังเอิญว่าเป็นคนหน้าผากกว้าง พื้นที่หน้าผากเหลือเยอะ เราก็ควรจะกันที่ใต้ท้องคิ้วแทนที่จะไปกันด้านบน หากไปกันด้านบนยิ่งเท่ากับเพิ่มเนื้อที่หน้าผากให้ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก หรือบางคนคิ้วตกมาก หากไม่กันทิ้งหรือเขียนตามทรงคิ้วเดิมจะทำให้กลายเป็นคนหน้าเศร้าตลอดเวลาเพราะหางคิ้วตกลงมาก ดังนั้นทรงคิ้วจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องใช้ประสบการณ์ หากยังเป็นมือใหม่หัดเขียน ไก่เลยอยากแนะนำให้หาช่างที่ไว้ใจได้ดีกว่าค่ะ

2. หยิบแปรงเขียนคิ้วขนาดพอเหมาะขึ้นมาเลยค่ะ จุ่มสีกลาง (สีที่ไม่เข้มไม่อ่อนจนเกินไป) เคาะเบา ๆ เพื่อให้ฝุ่นส่วนเกินออกไปก่อน แล้วแบ่งคิ้วออกเป็นสามส่วนโดยกะเอาจากสายตานะคะ ไม่ใช่เอาดินสอไปขีดแบ่งไว้ เริ่มเขียนจากส่วนที่สองถูไปทางหางคิ้วเบา ๆ และเป็นเส้นตรง พริ้ว ๆ ประหนึ่งจิตรกรวาดรูป ส่วนหัวให้ทิ้งเอาไว้ก่อนเราจะมาตามเก็บทีหลัง

ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าเราจะเขียนเฉียงขึ้นประมาณกี่องศา ซึ่งเราจะรู้ยังไงว่าต้องเฉียงเท่าไร อันดับแรกให้ดูจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้วค่ะ คือคิ้วเดิมเรามันไปในทิศทางไหนก็ให้ตามทิศทางนั้นไป หากเฉียงมากจะทำให้ดูสูงวัยและเหมือนเบิ่งตาตลอดเวลา ถ้าเฉียงน้อยไปหน้าก็จะดูทื่อ แข็ง (เดี๋ยวนี้กำลังฮิตคิ้วทื่อ ๆ ตรง ๆ) มีข้อดีคือทำให้ดูหน้าเด็กลง แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะคะ ต้องดูองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าเราด้วย.

Posted in สิว ริ้วรอย | Comments Off

ลดพุงใน 7 วัน 7 วัน 7 เมนูอาหารลดความอ้วนมื้อเย็น

ลดพุงใน 7 วัน 7 วัน 7 เมนูอาหารลดความอ้วนมื้อเย็น
1. แอปเปิ้ลลดความอ้วน หรือแอปเปิ้ลเขียว
แอปเปิ้ลลดความอ้วน เขียวเป็นผลไม้ลดความอ้วนที่ดีที่สุดในกลุ่มแอปเปิ้ลสีต่าง ๆ เพราะแอปเปิ้ลเขียวมีน้ำตาลและแคลอรี่น้อยที่สุด แอปเปิ้ลเขียวยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเพราะเมื่อกินเข้าไปจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน และประโยชน์อีกมากมายนอกจากการลดความอ้วน ดังนั้นลองกินแอปเปิ้ลเขียว หรือทำน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นกินในมื้อเย็นดู — แนะนำเป็น แอปเปิ้ลเขียว ผลไม้ช่วยลดความอ้วนได้ดี
2. สลัดผัก สลัดผลไม้ลดความอ้วน ลดพุงใน 7 วัน.

ลดพุงใน 7 วัน
ลดพุงใน 7 วัน ผัก ผลไม้ลดความอ้วน มากมายสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักเพื่อลดความอ้วนได้ เพื่อนำมาทำเป็นอาหารมื้อเย็นได้ ลองเลือกผักผลไม้ลดความอ้วนเพื่อนำมาทำเป็นสลัดดู เช่น แครอทลดความอ้วน แตงโมลดความอ้วน แอปเปิ้ลลดความอ้วน มะละกอลดความอ้วน ส่วนน้ำสลัดหวาน ๆไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ จะได้ลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. โยเกิร์ตลดความอ้วน
โยเกิร์ตลดความอ้วน โยเกิร์ตมีขายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ลองซื้อมากินเพื่อเป็นเมนูอาหารมื้อเย็นในบางวันดู จะได้มีอะไรรองท้อง ไม่ให้ปวดท้อง โยเกิร์ตเป็นอาหารว่างลดความอ้วนมื้อเย็นก่อนนอนได้ดี — 10 เมนู สูตร โยเกิร์ตลดน้ำหนัก ที่ดีที่สุด ลดพุงใน 7 วัน
4. นมจืด หรือน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล
นม หรือน้ำเต้าหู้ ไม่ควรกินรสหวาน หรือมีส่วนผสมของน้ำตาล ให้เลือกนมจืด หรือน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่กินน้ำตาล เพราะจะได้ลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วนได้ง่าย ๆ
5. กล้วยน้ำว้า 1 ลูก
กล้วยน้ำว้า อาหารลดความอ้วนมื้อเย็น การกินกล้วยน้ำว้า 1 ลูกรองท้องก็พอ จะช่วยทำให้อยู่ท้องในมื้อเย็น 1 มื้อ เพราะมื้อเย็นไม่ได้ใช้แรงมาก หลังจากมื้อเย็นจะกินแล้วก็นอนเท่านั้น ดังนั้นแค่กล้วยน้ำว้า 1 ลูกก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้ากินกล้วยมาก ๆ จะทำให้อ้วนขึ้นแทน ที่ให้เลือกกินกล้วยน้ำว้า แค่ 1 ลูก เพราะจะได้ทำให้อยู่ท้องเท้านั้น — 7 วัน 7 เมนู อาหารลดความอ้วนมื้อเช้า
6. ไก่อบอาหารลดความอ้วนมื้อเย็น
ไก่อบก็สามารถเป็น อาหารลดความอ้วนมื้อเย็น ได้ เพราะไก่อบไม่ผ่านการทอดน้ำมัน จึงไม่ทำให้อ้วน ดังนั้นสามารถเลือกไก่อบเป็นเมนูอาหารลดความอ้วนได้ เพราะถ้าหิวจริง ๆ ก็ต้องกินข้าวเป็นธรรมดา เราก็เลือกกินอาหารที่ไม่ทำให้อ้วน ลดพุงใน 7 วัน เช่นไม่ผ่านการทอดน้ำมันไม่มีแป้ง การกินไก่อบเพื่อลดความอ้วน ต้องไม่หนังไก่ จะได้ลดความอ้วนได้ง่ายที่สุด — 10 เมนู อาหารลดความอ้วน ช่วยลดน้ำหนักเร่งด่วน
7. แตงโมลดความอ้วน
แตงโมลดความอ้วน หรือน้ำแตงโมปั่น ที่ได้ทำจากแตงโม 100 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แตงโมเป็นผลไม้ลดความอ้วนสุดพิเศษ มีแคลอรี่ต่ำ กินแล้วอิ่มไว ดังนั้นกินแตงโม หรือน้ำแตงโมปั่น จะช่วยให้ลดความอ้วนได้ดี แถมแตงโมยังมีแร่ธาตุ วิตามิน กากใยอาหารจำนวนมาก นอกจากจะช่วยลดความอ้วนแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรง การกิน แตงโมลดความอ้วน ยังช่วยให้สดชื่นขึ้นมาได้ทันทีหลังจากการกินแตงโม
อาหารเย็น ลดน้ำหนัก อาหารเย็นมีความจำเป็นต่อการลดความอ้วนเป็นอย่างมาก เพราะว่ามื้อเย็นเราไม่ได้ใช้พลังงานงานมาก กินแล้วก็นอนเท่านั้น แต่ก็ควรกินมื้อเย็น ไม่ควรงดอาหารเย็น เพราะถ้าไม่กินอาหารเย็นแล้ว เมื่อกระเพาะทำงานขณะท้องว่าง จะทำให้เป็นผลเสียต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงไม่ควรอดอาหารมื้อเย็น แต่ให้เลือกกินอาหารมื้อเย็นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะดีกว่า เช่น 7 วัน 7 เมนูอาหารลดความอ้วนมื้อเย็น ด้านบน เพื่อให้เราลดน้ำหนักเพื่อลดความอ้วนอย่างปลอดภัย ไม่ลดน้ำหนักโดยการใช้ยาลดความอ้วนที่จะทำให้ร่างกายเราอดอาหาร เพราะมีโทษมากมาย เนื่องจากยาลดความอ้วนโทษทำให้สุขภาพเราแย่ลง ลดพุงใน 7 วัน.

Posted in ลดความอ้วน, ลดน้ำหนัก | Comments Off

วิธีลดน้ำหนัก สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ

วิธีลดน้ำหนัก สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอาหารการกิน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ผอม ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆ บางรายก็หันไปกินพวกอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก เพื่อทำให้ผอมเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อหลังจากหยุดกินก็จะเกิดอาการโยโย่ บางคนก็คิดว่าหากไม่กินข้าวแล้ว อาจจะทำให้ผอมลงก็ได้ มาดูกันดีกว่าว่า การลดน้ำหนักที่จะได้ผลนั้น จะต้องกินข้าวหรือไม่ และจะมีหลักวิธีการกินอย่างไร การลดน้ำหนักจำเป็นต้องกินข้าวหรือไม่ ลดน้ำหนัก มีวิธีการกินข้าวยังไง วิธีลดน้ำหนักด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำ วิธีลดน้ำหนัก.
วิธีลดน้ำหนัก
วิธีลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดข้าวเลย แต่ที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่า น้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย

การลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึง

น้ำที่ดื่มเพื่อการลดน้ำหนัก จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น และหากดื่มน้ำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ก็จะทำให้การรับประทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น วิธีลดน้ำหนัก

จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อการลดน้ำหนัก และควรงดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม โดยเด็ดขาด

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน

การเลือกรับประทานอาหารด้วยการดื่มน้ำก่อนอาหาร หรือเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินอาหารฟาสต์ฟู๊ด เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัดครีม หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวย

ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพ

วิธีลดน้ำหนักกับการทิ้งอาหารขยะ
คนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังแอบไปรับประทานอาหารขยะ (Junk Food) วิธีลดน้ำหนัก ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ไขมัน หรือ แคลอรีในปริมาณสูง เป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

วิธีที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลก็คือ กำจัดอาหารขยะให้หมดตู้เย็นให้หมด โดยไม่ต้องนึกเสียดาย หรือกินสั่งลาแต่อย่างใด เพราะหากตั้งใจจะลดน้ำหนัก แล้ว ก็ต้องตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหุ่นที่ดีในวันข้างหน้า

ลดน้ำหนักด้วยอาหาร มังสวิรัติ
หลายคนที่ลดน้ำหนักได้ผล เพราะหันมาเลือกทาน ผัก และ ผลไม้ และมีการงดเนื้อสัตว์ เพราการรับประทานผัก ผลไม้ จะช่วยเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

ช่วยลดปริมาณของไขมันและผลไม้ยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อรางกาย ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางการลดน้ำหนักที่เห็นผลอย่างแท้จริง และที่สำคัญควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

หากคุณตั้งใจที่จะลดน้ำหนักแล้ว ค่อยๆ ลงมือทำจะดีกว่าที่จะโหมไปทีเดียว เพราะมันอาจจะทำให้การลดน้ำหนัก ของคุณเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลยก็ได้

และที่สำคัญไม่ควรงดอาหาร ไม่ว่ามื้อใดมื้อหนึ่งเป็นอันขาดนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเช้า สำคัญที่สุดค่ะ วิธีลดน้ำหนัก.

Posted in ลดน้ำหนัก | Comments Off

ครีม รักษา กระ ฝ้าคือ ผิวที่มีสีคล้ำกว่าผิวปกติ เป็นแผ่นกว้าง

ครีม รักษา กระ ฝ้าคือ ผิวที่มีสีคล้ำกว่าผิวปกติ เป็นแผ่นกว้าง  เกิดจากความผิดปกติหรือการแปรปรวนของเซลล์สร้างเม็ดสี ขาดการควบคุม จึงทำให้ความเข้มของสีผิวไม่สม่ำเสมอ
สาเหตุหลักๆของการเกิดฝ้า
ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนภายในร่างกายซึ่งเกิดขึ้นได้บางสภาวะ เช่น ระยะตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมกำเนิด ระยะใกล้หมดประจำเดือน การได้รับฮฮร์โมน เช่นรับประทานยาคุมกำเนิด
รังสีอุลตร้าไวโอเล็ต รังสีนี้แฝงมากับแสงแดดและไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า รังสีจะทำอันตรายแก่เซลล์ผิวหนัง และเนื้อเยี่อที่อยู่ลึกลงไปได้ และทำลายระบบการสั่งการของเซลล์สร้างเม็ดสีทำให้เกิดการแปรปรวนในการสร้าง เม็ดสีจึงเกิดเป็นฝ้าขึ้นบนใบหน้า
กรรมพันธุ์ จะมีความสัมพันธ์กับกระเป็นส่วนใหญ่   ดังนั้น ถ้าคนในครอบครัวเป็นกัน โอกาสที่คนนั้นจะเป็นกระก็มากกว่าคนทั่วไป  เชื้อชาติ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมที่ใกล้ชิดกัน   เราจึงเห็นว่าบางเชื้อชาติ ผู้หญิงจะเป็นกระมาก เช่น ชาวยุโรป เป็นต้น ครีม รักษา กระ.
ครีม รักษา กระ
ครีม รักษา กระ    ยารับประทานมียาหลายชนิดที่ทำให้เกิดฝ้าได้ เช่น ยากันชัก Diphenylhydantoin ,Mesantoin เป็นต้น
เครื่องสำอาง    บางคนเกิดการแพ้เครื่องสำอาง เช่นน้ำหอม สี สารกันเสีย ทำให้เกิดรอยด่างดำแบบฝ้าได้
การขาดอาหาร การขาดสารอาหารบางอย่างทำให้มีสีผิวคล้ำขึ้นได้ เช่น กรด Folic ,วิตามินเอ ,วิตามินซี หรือวิตามินบี12 เป็นต้น

บุคคลที่มีโอกาสเป็นฝ้า

บุคคลที่ทำงานกลางแจ้งหรืออยู่กลางแดดโดยไม่ได้ป้องกันแสงแดด หรือใช้ครีมกันแดด
สตรีในระยะตั้งครรภ์ หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน ครีม รักษา กระ
บุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีโอกาสเกิดฝ้าได้ เช่น ชายทะเลที่มีแดดจัดและลมแรง

โดยทั่วไปแล้วฝ้าแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ฝ้า ชนิดตื้น เป็นฝ้าที่เกิดในชั้นหนังกำพร้า มีสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม สังเกตเห็นได้ชัดเจน พบมากบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และจมูก
ฝ้าชนิดลึก เป็นฝ้าที่เกิดในชั้นหนังแท้ มีสีอ่อนกว่าชนิดแรก สังเกตไม่ค่อยเห็น ใช้เวลาในการรักษานานกว่าชนิดแรก
ฝ้าชนิดประสม เป็นทั้งฝ้าชนิดตื้นและชนิดลึกที่เกิดขึ้นพร้อมกันในบริเวณเดียวกัน

คนที่เป็นฝ้าแดดหรือฝ้าฮอร์โมน/ฝ้าหลังคลอด ครีม รักษา กระ ต้นเหตุมักเกิดจากการผิดปกติของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เซลล์ใต้ผิวหนังกำพร้า จึงสร้างเม็ดสี ออกมาเป็นสีเข้ม ผิดปกติ วิธีแก้ไขมีหลายวิธี การยิงเลเซอร์หรือการยับยั้งเม็ดสี ต้องไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี แต่จะทำให้เซลล์ผิวชั้นนอก ผลัดเซลล์ผิวได้เร็ว และหลุดออก อย่างปลอดภัย ทางเลือกหนึ่งควรป้องกัน หรือใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาฝ้าโดยตรงควบคู่กับกันแดดประสิทธิภาพสูงๆก่อนออกแดด หรือใช้ร่มกาง เมื่อเผชิญกับแดดแรง สวมหมวก เพื่อป้องกันแดด หรือรังสี UVA UVB เป็นวิธีที่ป้องกันขั้นต้น ก่อนที่จะเกิดฝ้า และต้องทนกับระยะเวลา ที่จะทำให้ฝ้าจางลง

กระ คืออะไร / สาเหตุมาจากอะไร

กระ เป็นรอยด่างดำ ที่ผิวหนังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ มีขอบเขตชัดเจน ซึ่งต่างกับฝ้า ตรงที่ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้น และขนาดใหญ่กว่า กระ เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเม็ดสีมากขึ้นผิดปกติเมื่อถูกแสงแดด มักเกิดในคนผิวขาวมากกว่าคนผิวดำ คนที่มีพ่อแม่ เป็น กระ จะมีโอกาสเป็น กระ มากกว่าคนทั่วไป หากตากแดดจะทำให้จำนวนกระเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้
กระ ที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่จะเป็นเม็ดสี แต่ละคนจะมีกระที่มีสีแตกต่างกันไป โดยกระอาจะมีสีออกแดงๆ เหลือง น้ำตาล น้ำตาลอ่อน สีน้ำผึ้ง หรือ สีดำ โดยปกติแล้วบริเวณผิวหนังที่เป็นกระจะมีสีผิวที่เข้มกว่าบริเวณรอบๆ กระจะมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ หากสัมผัสกับแสงอาทิตย์บ่อยๆ และกระจะมีสีจางลงในช่วงหน้าหนาวที่มีอากาศเย็น ครีม รักษา กระ.

Posted in ความงาม | Comments Off