เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น วิธีทําให้ผิวขาวด้วยตัวเอง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ

เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น วิธีทําให้ผิวขาวด้วยตัวเอง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ นอนระหว่าง 3 ทุ่มถึงตี 4 และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง การนอนดึกจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมโทรม อายุสั้นลง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบภูมิคุ้มกันโรคทำงานไม่เป็นปกติ ทำให้มีสุขภาพผิวที่ไม่ดีตามมา ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อสุขภาพผิวที่ดี เปล่งปลั่ง สดใส เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล สิ่งสกปรกใต้ผิว รวมถึงสารพิษออกมา และยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ผิวใสไม่มีสิวอีกด้วย เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น.

 

เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น
เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำจะช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวดูสดใส ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นไม่เหี่ยวย่น
รับประทานผักผลไม้สดเป็นประจำ ทำให้ผิวสวย ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ส้ม มะเขือเทศ แตงโม มะนาว ฝรั่ง ฟักทอง เป็นต้น
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารที่มีคอลลาเจน ขับถ่ายให้เป็นปกติ จะทำให้ผิวพรรณและหน้าตาดูสดใสขึ้น
ทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส ช่วยลดความเครียด และยังช่วยชะลอวัย ทำให้ผิวมีสุขภาพดีได้ด้วย
งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย
การอบไอน้ำช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนได้ มีผลทำให้ผิวดูสะอาด สดใสเปล่งปลั่ง เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น

วิธีทําให้ผิวขาวด้วยตัวช่วยเสริม

ครีมกันแดด หากจะกล่าวว่า “ถ้าคุณอยากขาว แต่คุณไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ไปเกิดใหม่จะง่ายกว่า” ก็คงจะไม่ผิด เพราะมันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในบรรดาเครื่องสำอางแล้ว! และคุณควรมีพกติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะต้องทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง รวมไปถึงแว่นกันแดดและร่มป้องกันแสงแดดและแสงยูวีด้วย และครีมกันแดดควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานด้วย แม้จะอยู่ในบ้านหรือในร่มอย่างน้อย ๆ กันแดดต้อง SPF 15 ขึ้นไปถึงจะ “เอาอยู่” ถ้าออกแดดจัด ๆ ก็ควรใช้ SPF 50 ขึ้นไป เชื่อได้เลยว่า คุณจะขาวขึ้นแน่นอนโดยไม่ต้องเสียเงินใช้ครีมแพง ๆ เลย

วิตามินซี “หากเลือกอาหารเสริมได้เพียงอย่างเดียว สิ่งที่คุณจะต้องเลือก คือวิตามินซีและวิตามินซีเท่านั้น” เพราะวิตามินซีทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เนียนนุ่ม และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยบนผิวอีกด้วย

คอลลาเจนจากอาหารเสริม เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวพรรณ เสริมความเรียบตึงให้กับผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ เปล่งปลั่งสดใส สุขภาพผิวแข็งแรง
เครื่องสำอางบำรุงเพื่อผิวขาว เช่น ไวต์เทนนิงต่าง ๆ โดยควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่จดทะเบียน อย. เรียบร้อยแล้วเพื่อความปลอดภัย เพราะมีเครื่องสำอางไม่มี อย. จำนวนมากที่มีส่วนผสมของสารปรอท และสารฟอกขาวที่เป็นอันตรายต่อผิว

น้ำนมสำหรับทาผิว ก็ช่วยทำให้ผิวขาวได้ด้วย เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
วิธีทำให้ผิวขาว ด้วยน้ำนมบำรุงผิว

วิธีทําให้ผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน
กลูต้าไธโอนทำให้ผิวขาวได้จริงหรือไม่ ?

ตอบ จริง 100% ครับ เพราะจากผลการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง พบว่าผลพลอยได้หลังจากการฉีดสารกลูต้าไธโอนเพื่อเข้าไปใช้ในการรักษามะเร็งทำให้ผู้ป่วยมีผิวขาวขึ้นจริง แต่ผมไม่แนะนำให้คุณฉีดเข้าเส้นเลือดนะครับ เพราะมีโอกาสเสี่ยงหลายอย่าง ลองอ่านในหัวข้อถัดไปครับ
กลูต้าไธโอนอันตรายหรือไม่ ?

ตอบ กลูต้าไธโอนไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ เพราะกลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก ๆ ตัวหนึ่ง และมักนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยเอดส์หรือโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และที่สำคัญมาก ๆ ยังช่วยรักษาตับและช่วยขจัดสารพิษในร่างกายของเราอีกด้วย ซึ่งความขาวที่ได้จากกลูต้าไธโอนนั้นเป็นเพียงผลข้างเคียง ไม่ใช่หน้าที่หลักของกลูต้าไธโอนนะครับ ผมจึงไม่อยากแนะนำให้ใช้กันอย่างผิดวิธี เพราะยังไม่มีผลการวิจัยออกมารับรองว่าหากใช้ไปนาน ๆ เป็นระยะเวลาหลาย ๆ ปี มันจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น.

Posted in ความงาม | Comments Off

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน ผิวที่สวยใส ขาวเนียน มีสุขภาพที่ดี คือสิ่งที่สาวๆปรารถนา

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน ผิวที่สวยใส ขาวเนียน มีสุขภาพที่ดี คือสิ่งที่สาวๆปรารถนา เพราะไม่ว่าจะแต่งตัวอย่างไร  สไตล์ไหน จะเผยผิวมากน้อยเพียงใด การที่มีผิวขาวสวย ก็จะทำให้คุณสาวๆสามารถแต่งตัวได้อย่าางมั่นใจมากขึ้น รวมทั้งสนุกกับการแต่งตัวอีกด้วยคะ และก็เชื่อว่าชายไทยร้อยละ 90 ก็ชอบสาวๆที่มีผิวขาวสวยกันทั้งนั้นคะ สำหรับวิธีการช่วยให้ผิวขาวนั่นมีหลายวิธีนะคะ  แต่วิธีที่ได้ความนิยมและทำได้ง่ายๆนั่นก็คือการขัดผิวขาว ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้ว ให้หลุดออกไป และสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ที่มีความขาวเนียนและสุขภาพผิวที่ดีกว่าเดิม สำหรับวันนี้ จะขอแนะนำสูตรในการขัดผิวขาว ที่ทำง่ายๆวัตถุดิบสามารถหาได้ง่ายๆ ใกล้ตัวกันคะ สูตรที่จะแนะนำในวันนี้นะคะ เป็นสูตรที่สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายคะ สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน
สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน เอาล่ะ…..ทีนี้มารู้จักกับสูตรการขัดผิวให้ขาวอย่างง่ายๆด้วยตัวคุณสาวๆเองกันดีกว่ากากกาผฟ

สูตรมะขามกับกากกาแฟ

อ่านไม่ผิดนะคะ กากกาแฟที่เวลาเราไปซื้อกาแฟสด หลังจากที่ได้บดเมล็ดกาแฟแล้วจะเหลือกากกาแฟ  สามาถนำกากกาแฟมาขัดผิวได้ โดยใช้เนื้อมะขามไม่เอากากเพราะจะทำให้บาดผิว หรือเลือกใช้สครับมะขามที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไม่มีสารกันเสีย ใช้เนื้อมะขามเข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับกากกาแฟ 1กำมือผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั่นถูบนผิวที่เปียกหมาดๆ ขัดเบาๆให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาทีแล้วล้างออก สามารถใช้กับผิวหน้าได้ด้วยนะคะ  หลังจากล้างออกแล้ว ผิวจะใสและนุ่มทันทีเลยคะ สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน

หลังจากขัดผิวแล้ว ควรหามอยส์เจอร์ไรเซอร์มาทาที่ผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วยนะคะสาวๆ

9 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส ใครๆก็ทำได้

เราคงจะปฏิเสธกันไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าผิวที่ดูขาวกระจ่างใสนั้นเป็นเทรนด์ที่นิยมตลอดกาลสำหรับประเทศไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเลือกเสื้อผ้าให้เข้าชุดกันก็ง่าย การเป็นจุดดึงดูดความสนใจต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการสร้างความประทับใจแรกพบต่อการสมัครงานด้วย ทั้งที่แดดบ้านเราก็พร้อมจะแผดเผาให้ผิวไหม้เกรียมได้ตลอดเวลา แต่การดูแลผิวให้ขาวใสนั้นไม่ยากเลยค่ะ ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย กางร่มกันแดด หรือการเดินหลบแสงแดดตามใต้อาคาร ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ดีทุกวิธีค่ะ เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ของบ้านเรานั้น มีค่ารังสียูวีสูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น ดังนั้นจึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะรับแสงแดดโดยตรง

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อนและยากที่จะหลบเลี่ยงแล้ว ครีมกันแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันรังสียูวีมาทำลายผิวเราให้คล้ำเสีย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ค่า PA+++ และมีส่วนผสมของสารกันแดดที่เสถียรพอสมควรด้วย ครีมกันแดดนั้นถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เช่น สารไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ โดยทาซ้ำทุกชั่วโมงเมื่ออยู่ในที่ที่มีแดดจัดหรือว่ามีเหงื่อออกจำนวนมาก จะช่วยให้ผิวเราไม่ไหม้และดูแก่ก่อนวัย

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

เลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารบำรุงช่วยให้ผิวขาวขึ้น เช่น วิตามินบีสามหรือไนอาซินาไมด์ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเท็น อัลฟาอาร์บูติน สารสกัดจากเปลือกสน และสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ โดยใช้ปริมาณที่มากพอสำหรับพื้นที่ผิวแต่ละส่วน สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน เพื่อการดูดซับสารบำรุงแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่เราไม่ควรทาครีมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในเวลากลางวัน ตัวอย่างเช่น กรดผลไม้หรือที่เรียกกันว่า  AHA เนื่องจากจะทำให้ผิวไวต่อแสงแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีก 1 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส

มะขามเปียก ขมิ้นชัน และนมสด เป็นของธรรมชาติที่ช่วยขัดขี้ไคลและผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าในภาชนะกระเบื้องหรือแก้ว ห้ามใช้พลาสติกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำปฏิกิริยากับพลาสติกแล้วเป็นพิษได้ สูตรนี้ประยุกต์มาจากตำรับชาววัง แต่สามารถหาได้ง่ายตามทั่วไป เมื่อส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วให้ขัดพอกที่ผิว เน้นตรงบริเวณซอกหลืบ ทาทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จนรู้สึกว่าสมุนไพรแห้งหมาดๆ แล้วล้างออก ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งวิธีทำให้ผิวขาวเร็วขึ้น

ออกกำลังกายให้ผิวขาวอย่างถาวร

เรามักสังเกตเห็นว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะดูหนุ่มสาวและมีผิวที่ใสดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ นั่นเป็นเพราะว่าการออกกำลังช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนดีขึ้น เร่งผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ผิวจึงเปล่งปลั่ง ขาวใส ดูมีเลือดฝาด และได้สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยลองสังเกตตัวเองง่ายๆ ค่ะ เมื่อออกกำลังกายจนอุณหภูมิในตัวสูงขึ้นและมีเหงื่อออก เราจะสามารถขัดขี้ไคลตามแขนขาได้ง่ายนั่นเอง สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

Posted in ผิวขาว | Comments Off

อยาก หน้าเรียว ความมั่นใจของสาว ๆ ในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นกับหน้าเรียว

อยาก หน้าเรียว ความมั่นใจของสาว ๆ ในยุคนี้  คงหนีไม่พ้นกับหน้าเรียว หรือหน้าวีเชฟ  เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดีไปเสียหมด  อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในการพบปะผู้คนในชีวิตประจำวันอีกด้วย แต่เราก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า  ทุกคนเกิดมาไม่ได้มีใบหน้าที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบ  หรือจะเรียกได้ว่ารูปหน้าบางส่วนยังไม่ถูกใจตนเอง  จึงทำให้การศัลยกรรมเข้ามาบทบาท และเติมเต็มในความต้องการของบรรดาสาว ๆ หรือแม้แต่ชายหนุ่มด้วยก็ตาม หากเราอยากได้หน้าที่เรียวสวยได้รูป  ก็สามารถทำศัลยกรรมได้หลากหลายรูปแบบ  เช่นการผ่าตัดกราม การฉีดโบท็อก การร้อยไหม หรือไม่อยากจะศัลยกรรม ก็มีวิธีบริหารใบหน้า  หรืออุปกรณ์สายรัด และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะใช้เป็นตัวช่วย  แต่เราควรมาทำความเข้าใจในใบหน้าของเราก่อนว่า  รูปหน้าของเรามีพื้นฐานอย่างไร  และหากจะปรับปรุงเพื่อให้หน้าเรียวสมใจ ควรทำอย่างไรบ้าง อยาก หน้าเรียว.

อยาก หน้าเรียว
อยาก หน้าเรียว 1. กล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ จะทำให้รูปหน้าของเรากางออก เช่นรูปหน้ากลม รูปหน้าสี่เหลี่ยม ซึ่งบางครั้งไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม หากแต่เกิดจากการใช้งานในบริเวณกรามมากเกินไป เช่นการบดเคี้ยวอาหารที่เคี้ยวยาก เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้การศัลยกรรมในการตัดกรามในส่วนที่ยื่นออกไป ก็จะมีผลทำให้หน้าเรียวได้

2. โหนกแก้มสูง ก็เนื่องด้วยพันธุกรรม ซึ่งก็จะมีผลทำให้หน้าดูเหลี่ยมหรือบานได้เช่นกัน  วิธีการแก้ไขก็ทำศัลยกรรม โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดภายในช่องปาก เพื่อตัดกระดูกบางส่วนออก  ซึ่งทำให้มองไม่เห็นแผลผ่าตัดบนใบหน้าอีกด้วย อยาก หน้าเรียว

3. เนื้อแก้มเยอะ หรือที่เราเรียกว่าแก้มยุ้ยนั่นเอง  ถ้าเป็นเด็ก ๆ ก็คงดูน่ารักดีนะคะ  แต่พอโตขึ้นมานี่มันไม่ใช่ละ เพราะพอมีเยอะมันก็จะทำให้ดูหน้ากลมเป็นพระจันทร์ ซึ่งก็แบ่งได้เป็น 2 ช่วงคือ

อายุน้อย  ปัญหาจะเกิดจากการมีไขมันสะสม  การใช้วิธีการสลายไขมันเฉพาะจุด, การทำเลเซอร์ ควบคู่กับการควบคุมน้ำหนัก

อายุมากขึ้น  ในกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวหน้าร่วมด้วย ก็อาจฉีดโบท็อก ร่วมกับการทำเลเซอร์

เมื่อเตรียมหน้ากันไปเรียบร้อยแล้ว อยาก หน้าเรียว ทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็อาจมาทำการพยุงหน้าให้คงรูปด้วยการร้อยไหม ซึ่งจะใช้กี่เส้นอันนั้นก็ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์อีกที

4. หากช่วงคางสั้น หรือมีเนื้อช่วงคางเยอะหรือน้อยเกินไป ก็อาจทำศัลยกรรมเพิ่มเสริม หรือตัด หรือฉีดฟิลเลอร์
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลในกรรมวิธีนั้น ไม่ว่าจะปรับแต่งแก้ไขเพิ่มลด หากเป็นการผ่าตัดศัลยกรรม ย่อมมีความเสี่ยงทั้งนั้น  ดังนั้นควรวางใจให้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความชำนาญเฉพาะด้านจะดีที่สุดค่ะ

เราคงเคยได้ยินศาสตร์ความงามด้วยการเคาะหน้า ตบหน้าให้เรียวสวย ปรับรูปหน้าตามโหงวเฮ้งมาบ้างแล้ว แต่ก็แอบสงสัยว่าจะทำได้จริงหรือวันนี้เราลองศึกษาข้อมูลกันค่ะว่า การเคาะหน้าคืออะไร ทำอย่างไรและ เห็นผลไหมกันนะคะ

โดยผู้ที่จะทำการเคาะหน้าเรียวต้องผ่านการฝึกสอนอบรมหลักสูตรมา อย่างชำนาญการเคาะหน้าจึงจะเห็นผลนะคะ ซึ่งในประเทศไทยก็ค่อนข้างโด่งดังในการเคาะหน้าเรียว โดยไม่เจ็บตัว ทำง่าย มีผู้ชำนาญในการทำหลากหลายท่านตามแต่ละสูตรที่คิดค้นกันขึ้นมานะคะ อยาก หน้าเรียว.

Posted in โบท็อกหน้าเรียว | Comments Off

การทำหน้าเรียว การทำหน้าเรียว หรือ วีไลน์(v-line)

การทำหน้าเรียว การทำหน้าเรียว หรือ วีไลน์(v-line) หน้าแบบวีไลน์ คือ การทำหน้าให้ดูคางแคบมนเรียว หน้ารูปไข่ เป็นการผ่าตัดช่วงล่างของใบหน้าให้แคบและเรียวลงโดยมีการผ่าตัดรวมสองขั้นตอนหรือขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1. เป็นการผ่าตัดลดขนาดกราม (ตัดมุมกรามและตัดแยกกระดูกด้านนอกออก) ขั้นตอนที่ 2. ลดความกว้างของกระดูกคาง การตัดกราม ถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนัก และได้ผลดี โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่าง ที่ทำให้ดูหน้ากว้าง ประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ 2 ส่วน คือ ส่วนมุมของกระดูก ขากรรไกรล่างยื่นออก และกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหาร ที่เกาะบนส่วนมุมนั้น หนาตัวกว่าปกติ กรณีกรามใหญ่ แพทย์จะตัดแต่งเฉพาะ ส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ตัดส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ และที่สำคัญก็คือ มีรายงานว่า เมื่อตัดแต่งกระดูกที่ยื่นออกไปแล้ว จะทำให้กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่หดตัวเล็กลงได้เอง การทำหน้าเรียว.

การทำหน้าเรียว
การทำหน้าเรียว กรณีผู้ป่วยกรามใหญ่+คางใหญ่ การตัดกรามเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้รูปหน้าเรียวขึ้นมาก เพราะบริเวณคางยังคงกว้างอยู่ ซึ่งหากทำการผ่าตัดปรับรูปหน้าหรือ V-line จะทำโดยการเหลากระดูกปลายคางเป็นรูปตัว T โดยการเหลาส่วนที่หนาออกและเหลือบางส่วนเอาไว้ ก็จะช่วยให้เห็นผลของการผ่าตัดสมบูรณ์แบบมากขึ้น ปลายคางก็จะเปลี่ยนรูปไปและใบหน้าก็จะดูเรียวลง

วิธีการผ่าตัดกราม
โดยขั้นตอนการผ่าตัดกราม จะใช้ยาสลบ ร่วมด้วย เพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกตัว หรือ เจ็บขณะผ่าตัดโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 วิธี แรกเป็นการผ่าตัดภายนอกช่องปากโดยผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง ส่วนอีกวิธีจะผ่าตัดในช่องปาก การทำหน้าเรียว
1.การผ่าตัดภายนอกช่องปาก วิธีนี้จะเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นเลื่อยเล็กๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อย แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลงเนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง
2.การผ่าตัดภายในช่องปาก วิธีนี้จะผ่าโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็น โดยซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้าย
การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปากจะมีอาการบวมโดยเฉพาะในช่วง 5-10 วันแรก โดยระยะแรกที่มีอาการบวมมักจะอ้าปากไม่ได้มากเนื่องจากมีความดึงตัวของเนื้อเยื่อรอบๆ ต่อมาอาการบวมจะค่อยๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อยๆ การทำหน้าเรียว และเพื่อป้องกันข้อต่อเกิดอาการผิด ควรหมั่นอ้าปากเพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรบ่อยๆ นอกจากนั้นในช่วง 3-4 วันแรกอาจมีอาการปวดแผลบ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด จะเป็นอยู่ชั่วคราว หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ใบหน้าก็จะเริ่มยุบบวมและเข้าที่จนกระทั่งได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัดกราม
• ควรงดอาหารในวันแรกหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันเศษอาหารรบกวนแผล
• ระยะแรกไม่ควรทานอาหารแข็ง ควรรับประทานนม น้ำผลไม้ และอาหารอ่อนจนถึงอาหารปกติในที่สุด
• ให้พยายามอ้าปากบ่อย ๆ เพื่อเป็นการขยับข้อต่อขากรรไกร ป้องกันไม่ให้ข้อต่อเกิดอาการฝืดและเพื่อป้องกันกรามยึด
• ใช้ความเย็นประคบที่บริเวณแก้มประมาณ 7 วัน
• แผลในปากมักเย็บด้วยไหมละลาย จึงไม่ต้องตัดไหม
• บ้วนน้ำสะอาดบ่อยๆ ช่วยให้คราบเลือดที่แผลหลุดออก
• สายระบายน้ำเหลืองมักใส่ไว้ประมาณ 1 – 2 วัน
• หลังผ่าตัดอาจมีอาการเขียวช้ำบริเวณคอและใต้คาง ในวันที่ 7 หลังผ่าตัดอาจใช้น้ำอุ่นประคบเพื่อลดอาการเขียวช้ำได้
• จะเข้าที่ภายใน 2 – 3 อาทิตย์ แต่ยังมีอาการบวมที่มุมกรามเป็นเวลา 1 – 2 เดือน การทำหน้าเรียว.

Posted in โบท็อกหน้าเรียว | Comments Off

สิว ที่ คาง ทำไมสิวต้องขึ้นที่คางไม่หยุดไม่หย่อน รักษาด้วยยาแต้มสิวก็แล้ว

สิว ที่ คาง ทำไมสิวต้องขึ้นที่คางไม่หยุดไม่หย่อน รักษาด้วยยาแต้มสิวก็แล้ว ไปพบแพทย์ผิวหนังก็แล้ว ไอ้สิวตรงคางเนี่ยก็ยังไม่หายไปอีกกก วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันค่ะ ว่าทำไมสิวที่คางมันถึงหายยากหายเย็นขนาดนี้นะ สิวเสี้ยนที่คาง ก็เป็นอีกปัญหาที่กวนใจสาวๆไม่แพ้สิวเสี้ยนที่จมูกเลย พอบีบออกได้ อีกสักพักก็กลับมากวนใจเรื่อยๆไม่หายไปสักที เวลาแต่งหน้าก็ปกปิดได้ยากแถมยังทำให้ผิวไม่เรียบเสมอกันอีก แถมมลภาวะเดี๋ยวนี้ก็ยิ่งมากขึ้นมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นตัวบ่มให้สิวเสี้ยนเพิ่มขึ้นไปอีก ว่าแต่จะมีอะไรทีช่วยให้สิวเสี้ยนที่คางหมดจด หลุดออกไปจากชีวิตของสาวๆ บ้างมาดูกัน สาเหตุของสิวที่คาง สิว ที่ คาง.
สิว ที่ คาง
สิว ที่ คาง 1. ฮอร์โมนและแบคทีเรีย

ว่ากันว่าสิวที่บริเวณคาง หรือช่วงล่างของใบหน้า เป็นสิวที่เกิดขึ้นจากฮอร์โมนในร่างกายของเรานั่นเองค่ะ บวกกับแบคทีเรียบริเวณรองๆริมฝีปาก ยิ่งทำให้เกิดรอยแดงและสิวอักเสบได้ง่าย

2. อาหารมันทั้งหลาย

อาหารมันเป็นอีกสาเหตุของสิว โดยเฉพาะสิวที่คางงง ไขมันทั้งหลายนี่แหละค่ะตัวการของสิวอักเสบ

3. แอลกอฮอลล์

แอลกอฮอลล์ทำลายร่างกายได้แทบทุกส่วน ผิวเราก็เช่นกันค่ะ สาวๆคนไหนดื่มหนักก็ลองลดการดื่มลงดูนะ สิว ที่ คาง

4. อาหารที่มีส่วนผสมของนม

ชีสยืดๆๆ เนยเยิ้มๆ นี่แหละตัวดีเลยนะจ้ะ เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เพื่อผิวหน้าที่ดีขึ้น

5. คาเฟอีน

อีกตัวการสำคัญเลยล่ะ ทั้งตัวคาเฟอีนเอง และตัวน้ำตาลและนม หรือครีมเทียมที่อยู่ในกาแฟด้วยนะ.

สาเหตุของการเกิดสิวที่คาง
ในกรณีส่วนใหญ่สิวที่คางเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอายุในระดับของฮอร์โมน (ความไม่สมดุลของฮอร์โมน) กระชากของฮอร์โมนในวัยรุ่นที่มีระดับที่เพิ่มขึ้นของแอนโดรเจนนอกจากนี้ยังมีการแสดงตนของพวกเขาอาจบ่งบอกถึงปัญหาในระบบต่อมไร้ท่อเชื่อถือได้ระบุสาเหตุและให้การวินิจฉัยที่สามารถมีทักษะสูงในกรณีส่วนใหญ่สิวที่คางมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของรังไข่ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของระบบต่อมไร้ท่อของผู้หญิง.

สิวที่คาง
การรักษาสิวที่คางด้วยวิธีที่ได้ผล

1. กินผักและผลไม้มากๆ สิวที่คางเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าลำไส้กำลังมีปัญหา โดยสามารถสังเกตได้ว่าคนที่ท้องผูกหรือไม่ได้ขับถ่ายเป็นปกติมักที่จะมีสิวเกิดขึ้นที่คาง การกินผักและผลไม้จะช่วยทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ ทำให้ลดการเกิดสิวที่คางได้

2. พยายามอย่าเครียด ความเครียดเป็นสาเหตุในอันดับต้น ๆ ที่ทำให้สิวเกิดขึ้นที่คาง เพื่อน ๆ ควรจะหากิจกรรมที่ชอบมาช่วยลดความเครียดลง เช่น ท่องเที่ยว, ดูหนัง, ฟังเพลง, กินอาหารที่ชอบ หรือ เดินช็อปปิ้ง เป็นต้น

3. กินอาหารเผ็ดให้น้อยลง แนะนำให้กินอาหารที่มีรสจืด สิว ที่ คาง เพราะการทานอาหารรสจัดทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวขึ้นที่คาง

4. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะช่วยทำให้ลำไส้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้น

5. ห้ามเท้าคาง เพราะในมือของเรามีคราบสกปรก และเชื้อแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่เท้าคางจะทำให้บริเวณที่ถูกมือสัมผัสเกิดความสกปรก จนนำไปสู่การเกิดสิวขึ้นได้

6. ยาสีฟันสามารถทำให้เกิดสิวที่คางได้ ในขณะที่แปรงฟัน ฟองที่ไหลเยิ้มออกจากมุมปากไปที่บริเวณคางมากจนเกินไป อาจทำให้เกิดสิว และเกิดการอักเสบได้

7. งดทานอาหารที่มีฮอร์โมน เช่น ไก่, เนื้อสัตว์, นมวัว, ผลิตภัณฑ์จากนมวัว, ข้าวโพดอ่อน, แป้งขัดขาว หรือ ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลในการไปกระตุ้นฮอร์โมนให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดสิวมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

8. ทายาแต้มสิว ในกรณีที่เป็นสิวที่คางมาก ๆ พร้อมกับมีอาการอักเสบจนไม่สามารถที่จะรอผลจากวิธีการที่ได้แนะนำไปข้างต้นแล้วนั้น ให้ลองใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาสิวช่วยรักษา สิว ที่ คาง.

Posted in สิว ริ้วรอย | Comments Off

อาหารเสริมผู้ชาย คำว่า “หย่อนสมรรถภาพทางเพศ” (ED) ในปัจจุบัน

อาหารเสริมผู้ชาย คำว่า “หย่อนสมรรถภาพทางเพศ” (ED) ในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้มากกว่าศัพท์เดิม คือ ไร้สมรรถภาพทางเพศ (Impotence) คำว่าไร้สมรรถภาพทางเพศมีความหมายในทางอับอาย เป็นเหตุให้ผู้ป่วยในอดีตน้อยรายที่จะไปพบแพทย์ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ (เริ่มใจชื้นขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ) โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นรูปแบบหนึ่งของความบกพร่องทางเพศ ได้แก่  อาการหลั่งเร็ว (premature ejaculation) อันนี้ก็พอมีทางแก้ครับ ไว้จะเอาบทความเรื่องนี้มาฝากนะครับ อาการหลั่งช้า (delay ejaculation) แหม่…หลั่งช้าเกินไปก็เข้าข่ายนะครับ อาการเฉื่อยชาทางเพศ (deficits in desire) การไม่ถึงจุดสุดยอด (orgasmic disabilities) อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) อาหารเสริมผู้ชาย.
อาหารเสริมผู้ชาย
อาหารเสริมผู้ชาย การแข็งตัวของอวัยวะเพศ แบ่งการแข็งตัวออกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่

1. เกิดจากจิตใจ ส่วนใหญ่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง

2. เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระตุ้นที่อวัยวะเพศ

3. เกิดในยามวิกาล เกิดขึ้นในช่วงของการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว

การแข็งตัวส่วนใหญ่เป็นผลร่วมกันของการกระตุ้นทางจิตใจ และปฏิกิริยาสะท้อนกลับ

สาเหตุของการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อาหารเสริมผู้ชาย

ส่วนมากของผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เชื่อว่าเกิดจากการลดระดับของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน การเสื่อมสังขารตามธรรมชาติหรือสาเหตุทางจิตใจ แต่ความจริงพบว่าโรคนี้สัมพันธ์กับโรคบางโรค การบาดเจ็บ หรือจากการรักษาทั้งทางยา และการผ่าตัด

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ประกอบด้วยโรคต่าง ๆ จำนวนมาก ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และโรคมัลติเปิลสเคลอโรซิส (multiple sclerosis) โรคเหล่านี้ทำให้เกิดความผิดปกติต่อหลอดเลือด เส้นประสาทของอวัยวะที่จะมีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ยาหลายชนิดก็มีผลด้วยเช่นกัน การลดลงของการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน ก็อาจทำให้ความสนใจในทางเพศลดลง และหรือทำให้การแข็งตัวลดลงด้วย นอกจากนั้นกระบวนการการบำบัดทางจิต อาจรบกวนการกระตุ้นทางด้านจิตใจ หรือลดความตื่นตัวในการรับความรู้สึก

สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แบ่งออกเป็นห้ากลุ่มหลัก ดังนี้ (ตรงนี้ผมว่าสำคัญมาก)

โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด ปัญหาการไหลเวียนของกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังอัณฑะ รวมถึงการแข็งตัวของเส้นเลือดแดง (atherosclerosis) โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง

การดำรงชีวิต การสูบบุหรี่ (จะยิ่งส่งผลร้ายต่อปัญหาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง) การดื่มสุราจัด และการใช้สารเสพติด (ลดบ้างก็น่าจะช่วยได้เยอะครับ)

ความผิดปกติของระบบประสาท และบาดแผล อันเป็นผลจากการได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และกระดูกเชิงกราน

การผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการรักษาด้วยการฉายรังสี

การรักษาด้วยยาบางประเภท ยกตัวอย่างเช่นที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง อาการซึมเศร้า และยาบางตัวสำหรับการรักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร (gastric ulcers) และโรคมะเร็ง

หย่อนสมรรถภาพ2

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พบบ่อย และก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันในหลายด้าน ผู้ชายทั่วโลกเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 100 ล้านคน ประมาณว่า 52% ของชายอายุ 40-70 ปี มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง อาหารเสริมผู้ชาย ในหมู่คนเหล่านี้จำนวนมากจะก่อให้เกิดปัญหาความเครียดที่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา และอาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าสูญเสียความนับถือตัวเอง และมองภาพตัวเองไม่ดี

เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องวิตกกังวลไปครับ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่นำพาโรคนี้มาสู่เรา ในปัจบันมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการหย่อนสมรรถภาพมากมายให้เลือกใช้ ถึงจะบอกไม่ได้ว่าจะหายขาดแต่ก็ช่วยบรรเทาได้ บวกกับเราดูแลสุขภาพดีๆ เท่านี้ผมว่าผู้ชายอย่างเราก็คงยิ้มได้ไปอีกนาน

คุณผู้ชายที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ความต้องการทางเพศ หรือความสนใจทางเพศลดลง การหลั่งน้ำอสุจิผิดปกติ การหลั่งเร็ว หรือหลั่งช้าผิดปกติ เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จนไม่สามารถคงความแข็งตัวขององคชาตเพื่อใช้งานได้

ปัญหาทั้งหมดนี้ มักเกิดขึ้นได้ในผู้ชายทั่วโลก ส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาก็มักเขินอายที่จะไปพบแพทย์ ต้องบอกก่อนว่า ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดซ้ำซ้อนกันได้ เพราะบางรายอาจมีปัญหามากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน แต่ข่าวดีคือปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ และจะช่วยให้ผู้ชายและคู่สมรส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขมากขึ้น อาหารเสริมผู้ชาย.

Posted in สมรรถภาพ | Comments Off

ตา2ชั้นเทคนิคการทำตาสองชั้นโดยทั่วไป

ตา2ชั้นเทคนิคการทำตาสองชั้นโดยทั่วไปที่รู้จักกันคือการเจาะแล้วเย็บทะลุเปลือกตาโดยตรง หรือที่เรียกว่าการเย็บ 3 จุด ซึ่งทำให้เกิดตาสองชั้นจริง แต่คนส่วนใหญ่มักมีปัญหาลืมตาไม่ค่อยสุด ตาตก ตาปรือ ดังนั้น การเย็บ 3 จุด จึงไม่ใช่การทำตาสองชั้นและไม่สามารถแก้ปัญหาตาไม่สวยได้อย่างแท้จริง ซึ่งต่างกับเทคนิคเซเลบริตี้อายที่เป็นการเปลี่ยนจุดเกาะใหม่ของกล้ามเนื้อลีเวเตอร์อะโพเนโรสิส (Levator Aponeurosis) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดชั้นตา เชื่อมอยู่ระหว่างหน้าผากลงมาเกาะที่เปลือกตา โดยเลาะจุดยึดเดิมแล้วเปลี่ยนจุดยึดใหม่ ทำให้กล้ามเนื้อนี้ถูกดึงให้ตึงขึ้น ตาจึงเปิดขึ้นและปรากฏชั้นตา ทำให้ดวงตาดูกลมโตโดดเด่น และยังเป็นการพลิกขนตาทำให้ขนตางอนขึ้นอีกด้วยตา2ชั้น.

ตา2ชั้น

ตา2ชั้น ทำตาแล้วทำไมยังดูไม่โตอยู่ดี?
นั่นเป็นเพราะลักษณะดวงตาของแต่คนคนไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะมีชั้นตาแล้วแต่ถ้าอยากให้ตาดูเปิดและโตมากขึ้นก็จำเป็นต้องการเปิดหัวตาหรือหางตา (Skin flap) คนที่มองเห็นหัวตาปิดนั้นแท้จริงแล้วหัวตอยู่ข้างใน แต่มีเส้นของเปลือกตาปิดเลยลงมาข้างล่าง โดยรูปหัวตา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 รูปหัวตาโซนยุโรป หัวตาเปิด มองเห็นดวงตาทั้งลูก เปลือกตาบนจะลงมาไม่ถึงหัวตา ชั้นตาสูง เหมาะสำหรับคนที่แต่งหน้าเป็นประจำเพราะมีพื้นที่ในการแต่งหน้า ประเภทที่ 2 รูปหัวตาโซนเอเชีย หัวตาปิดและมีชั้นของเปลือกตาลงมาถึงหัวตาเล็กน้อย ประเภทที่ 3 หัวตาปิดจนมองไม่เห็นหัวตา ซึ่งพบมากในคนเอเชีย ประเภทที่ 4 หัวตาปิดชัดเจนจนมองไม่เห็นหัวตา ทำให้มีปัญหาลืมตาได้ไม่สุด ลืมตาได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนหางตาปิดส่วนใหญ่จะพบในคนที่หมวยมากๆ จุดเกาะของตาต่ำ ส่วนใหญ่หางตาจะเอียงลง ทำให้ดวงตาดูเล็กแคบตา2ชั้น.

หัวตาและหางตาปิด นอกจากทำให้ไม่สวยงามแล้วยังทำให้บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น ทำให้มองเห็นลูกตาไม่หมด และดวงตาเล็กดูเป็นตาชั้นเดียวการผ่าตัดเปิดหัวตา (Epicanthoplasty) เป็นการทำศัลยกรรมแก้ไขตาที่ได้รับความนิยมมาก เพราะคนเอเชียจะมีส่วนผิวหนังที่ยื่นต่อมาจากหนังตาบนลงมาปิดหัวตา ทำให้ดวงตาดูแคบ หรี่เล็ก เป็นตาชั้นเดียว เรียกว่า Mongolian eye ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคนเอเชีย โดยเฉพาะมองโกเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และพบมากในคนไทยเช่นกัน การผ่าตัดเปิดหัวตาจะทำให้ตาที่หรี่เล็ก ดูกลมโตขึ้น ส่วนใหญ่มักทำคู่กับตาสองชั้น และการผ่าตัดเปิดหางตา (Lateral Canthoplasty) หางตาปิดพบมากในคนไทยเช่นกัน โดยผิวหนังที่ยื่นมาจากหนังตาบนลงมาปิดบริเวณหางตา ทำให้มองเห็นเป็นตาชั้นเดียว การผ่าตัดเปิดหางตาจะทำให้ดวงตาดูยาวขึ้น ส่วนใหญ่มักทำคู่กับการทำตาสองชั้นและการเปิดหัวตา

สาวสวยแต่กำเนิดจะดูโดดเด่น เธอจะมีดวงตาที่กลมโต จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่เหมือนลูกเชอรี่ และแววตาที่มีเสน่ห์

ส่วนสาวสวยในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ที่มีนัยน์ตาสวย มีอยู่ 4 คน นั่นก็คือ โกอารา (Go Ara), ฮันจีมิน (Han Ji Min), คิมมินจอง (Kim Min Jung) และอีซองคยอง (Lee Sung Kyung) ซึ่งทั้ง 4 สาว สามารถเผยให้เห็นเสน่ห์ที่ดูลึกลับและลึกซึ้งได้โดยไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์แต่อย่างใด

ที่สำคัญ เมื่อโคลสอัพใบหน้าของพวกเธอ เราก็จะได้เห็นเสน่ห์ในแววตาของเธอที่ดูเปล่งประกาย ที่ไม่ว่าจะแต่งหน้าแบบไหนก็เข้ากับดวงตาของพวกเธออย่างเพอร์เฟ็ค เราไปดูรูปของพวกเธอที่เป็นเจ้าของดวงตาที่เหมือนเพชรพลอยพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

โกอาราเป็นสาวตาสวยที่เป็นสัญลักษณ์ของวงการบันเทิงเกาหลี โดยนัยน์ตาสีน้ำตาลสดใสของเธอที่รูปทรงหน้าขนาดเล็กก็สร้างความติดตรึงใจเป็นอย่างยิ่ง ในดวงตาของเธอมีกรอบสีดำ ให้ความรู้สึกที่ลึกลับอีกด้วย มาดูภาพโคลสอัพดวงตาที่ดูลึกซึ้งของโกอารากันค่ะ.

Posted in ตา2ชั้น | Comments Off

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล วิธีลดหน้าท้องให้แบนราบกี่กระบวนท่าก็ไม่เห็นผล

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล วิธีลดหน้าท้องให้แบนราบกี่กระบวนท่าก็ไม่เห็นผล ใครพยายามลดหน้าท้องอยู่แต่ผลลัพธ์ไม่คืบสักเท่าไร อาจเป็นเพราะคุณมีเหตุผลตัวร้ายคอยขัดขวางให้ลดหน้าท้องไม่สำเร็จอยู่ก็ได้
ปัญหาน้ำหนักตัวยังไม่ทำให้หนักใจเท่าปัญหาหน้าท้องที่ล้ำหน้าออกมาเกินขีดจำกัดเลยว่าไหมคะ เพราะต่อให้มีรูปร่างสมส่วนแต่มีหน้าท้องป่อง ๆ แถมมาด้วยก็ใส่เสื้อผ้าไม่สวยแน่ ๆ ที่สำคัญใครกำลังพยายามลดหน้าท้องมานานแล้วแต่ผลลัพธ์กลับไม่คืบหน้า ข้อมูลทางการแพทย์จาก เว็บไซต์ไทม์ ก็เผยว่า อาจเป็นเพราะ 10 เหตุผลตัวร้ายเหล่านี้คอยขัดขวางให้คุณลดหน้าท้องไม่สำเร็จสักทีก็เป็นได้
อีกทั้งการมีหน้าท้องนูน ๆ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็งได้ด้วยนะ เอ้า ! ถ้าอย่างนั้นรีบมาลดหน้าท้องกันด่วนเลย ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล.
ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล
ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล 1. อายุมากขึ้น

อายุยิ่งมากก็ยิ่งลดหน้าท้องยากมากขึ้น นั่นเป็นเพราะกลไกธรรมชาติของร่างกายทำงานได้ช้าลง ด้อยประสิทธิภาพตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ที่ก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเทอโรนจะถูกผลิตน้อยลง ส่งผลให้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมีอัตราสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ซึ่งความแปรปรวนของฮอร์โมน ณ จุดนี้ก็อาจเหนี่ยวรั้งให้ผู้หญิงควบคุมน้ำหนักตัวได้ยาก รวมทั้งหน้าท้องก็จะขึ้นง่ายแต่ทำกลับให้แบนราบเหมือนเดิมลำบาก ทว่าแม้เราจะไม่สามารถต้านทานธรรมชาติได้ แต่ถ้าดูแลตัวเองได้ดี กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดไขมัน ลดแป้ง และออกกำลังกายสม่ำเสมอ หน้าท้องแบนราบในช่วงเลยวัยรุ่นมาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความตั้งใจหรอกนะคะ ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

วิธีลดหน้าท้อง

2. ออกกำลังกายผิดวิธี

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือการเคลื่อนไหวร่างกายเรียกเหงื่อทั่วไปอาจดีกับหัวใจเป็นอย่างมาก แต่นั่นไม่เพียงพอให้คุณลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนได้มากอย่างที่คิดไว้ เพราะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอช่วยเบิร์นได้แค่ไขมันบางส่วนเท่านั้น ซึ่งหากจะให้ดีควรต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการเล่นเวท เนื่องจากการเล่นเวทจะช่วยเบิร์นไขมันและสร้างกล้ามเนื้อไปในตัว ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ครอบคลุมมากกว่า แถมยังช่วยให้คุณฟิตเฟิร์มส่วนเกินให้กลับมาเชฟบ๊ะได้ง่ายกว่า

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายก็แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง (Moderate-Intensity Exercise) หรือการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนาน 30-60 นาที/ครั้ง ให้ได้ประมาณ 250 นาที/สัปดาห์ หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็พยายามออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูง (High-Intensity Exercise) ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายแบบเร็วและออกแรงสุดและค่อย ๆ ผ่อนให้ช้าสลับกันไปเป็นช่วง ๆ อย่างนี้ให้ได้สัปดาห์ละ 125 นาที

วิธีลดหน้าท้อง

3. กินอาหารสำเร็จรูปมากเกินไป

เหตุผลง่าย ๆ ที่เชื่อว่าเราทุกคนรู้กันดีอยู่กับใจ แต่ห้ามความอยากของปากไม่ได้สักที ดังนั้นก็คงไม่ต้องแปลกใจหากหน้าท้องของคุณจะมาเต็มขนาดนี้ ยิ่งกับคนที่ชอบดื่มน้ำหวาน อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารประเภทแป้งขัดสีเป็นประจำ สารปนเปื้อนที่มาพร้อมกับกระบวนการแปรรูปอาหารเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงไปยังร่างกายของเรา สร้างข้อบกพร่องและอาการอักเสบจนเป็นเหตุให้หน้าท้องยื่นออกมา คราวนี้จะกลับไปลดหน้าท้องให้แบนราบก็คงยาก ถ้ายังไม่ปรับพฤติกรรมรับประทานอาหารของตัวเองสักที

4. รับประทานไขมันชนิดไม่ดีเป็นส่วนใหญ่

ไขมันไม่ใช่อาหารต้องห้ามของร่างกาย แค่ต้องรับประทานให้เป็น ซึ่งนอกจากจะต้องจำกัดปริมาณไขมันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ก็ควรต้องเลือกกินไขมันให้ถูกชนิดด้วย โดยไขมันชนิดดีที่ควรรับประทานก็ได้แก่ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fats) ประเภทไขมันจากอะโวคาโด น้ำมันมะกอก เป็นต้น และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fats) ประเภทไขมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน ไขมันจากปลา ไขมันจากถั่วชนิดต่าง ๆ ซึ่งมักจะมีโอเมก้า 3 ปะปนอยู่มาก และหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันอิ่มตัวอย่างไขมันจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน และไขมันจากผลิตภัณฑ์นม เนื่องจากไขมันอิ่มตัวประเภทนี้จะเข้าไปสะสมอยู่ในช่องท้อง กลายเป็นไขมันที่เกาะอยู่ภายในอวัยวะ (Visceral Fat) เป็นที่มาของรอบเอวหนา ๆ และเซลลูไลท์นั่นเองจ้า

วิธีลดหน้าท้อง

5. ไม่จริงจังกับการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเอาชนะไขมันและความอ้วนได้จริง เพียงแต่เราต้องใส่ความมุ่งมั่นตั้งใจกับการออกกำลังกายให้มาก ไม่ใช่ว่าเหนื่อยก็พัก หนักก็พอ แต่ต้องออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง และหากอยากเห็นผลลัพธ์เป็นหน้าท้องแบนราบเร็ว ๆ ผลวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Medicine and Science in Sports and Exercise ก็เผยว่า การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง (High-Intensity Workout) ช่วยลดหน้าท้องได้ดีกว่าการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ แถมยังใช้เวลาเบิร์นไขมันส่วนเกินน้อยกว่าอีกต่างหาก ที่สำคัญพอลดหน้าท้องได้สำเร็จแล้วก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ หยุดออกกำลังกายไปซะดื้อ ๆ นะคะ เพราะไม่เช่นนั้นหน้าท้องก็มีโอกาสกลับมาหาคุณอีกไม่ยาก

6. เครียดพาอ้วน

ความเครียดไม่เคยดีต่อสุขภาพเลยสักนิดเดียว เพราะนอกจากจะโน้มน้าวให้ร่างกายอ่อนแรง เศร้าซึม จนอยากกินของหวานเพื่อปลุกความสดชื่นให้ร่างกายแล้ว ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล เมื่อเครียดร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาเกินปกติ ทำให้ไขมันในเลือดพุ่งกระจายไปยังเซลล์ต่าง ๆ ก่อให้เกิดภาวะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ได้ง่ายขึ้น ทีนี้ก็ถึงตาหน้าท้องและไขมันส่วนเกินจะออกอาละวาดแล้วละ

วิธีลดหน้าท้อง

7. พักผ่อนไม่เพียงพอ

ผลวิจัยจากสถาบันสุขภาพนานาชาติของอเมริกาเผยว่า กลุ่มคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีอัตราน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 30% หรือมากกว่านั้น ในขณะที่อาสาสมัครกลุ่มที่นอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ มีแนวโน้มน้ำหนักตัวลดลง ซึ่งก็สรุปได้ว่า คนที่นอนน้อยร่างกายจะเกิดการแปรปรวน กระบวนการเผาผลาญต่าง ๆ ก็ด้อยประสิทธิภาพลงจนเป็นเหตุให้มีโอกาสตุ้ยนุ้ยกว่าคนที่นอนหลับเต็มอิ่ม ดังนั้นต่อไปก็รีบเข้านอนเร็ว ๆ กันเถอะ

8. คุณมีรูปร่างเป็นทรงแอปเปิล

หากคุณเป็นคนที่ช่วงเอวหนากว่าส่วนสะโพกและบั้นท้าย รูปร่างลักษณะนี้เรียกว่าทรงแอปเปิล ซึ่งธรรมชาติของยีนลักษณะนี้จะบังคับให้คุณเป็นคนที่มีหน้าท้องโดยอัตโนมัติ แถมยังลดหน้าท้องได้ยากกว่าลักษณะอื่น ๆ อีกด้วย

วิธีลดหน้าท้อง

9. ภาวะของโรคบางอย่าง

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนออกมามากกว่าปกติ เป็นผลให้น้ำหนักขึ้นง่าย และมีภาวะผิดปกติในหลาย ๆ จุด โดยส่วนมากจะเกิดกับหญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้คุณมีปัญหากับประจำเดือน ขนดก มีบุตรยาก ผิวหน้ามัน และเป็นสิวมากร่วมด้วย

10. เพิกเฉยต่อไขมันหน้าท้อง

หลายคนคิดว่าไขมันหน้าท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เลยไม่ได้ใส่ใจจะควบคุมอาหารหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งบางรายยังห่างไกลการออกกำลังมาก ๆ ด้วย ซึ่งจุดนี้อาจทำให้คุณลืมระมัดระวังตัวจากโรคร้ายกลุ่ม NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ ซึ่งมาพร้อม ๆ กับโรคอ้วนลงพุง และกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกายเริ่มแย่ไปแล้ว ฉะนั้นพยายามดูแลสุขภาพของตัวเองไว้ก่อนดีกว่านะคะ เหล่าอาหารไขมันสูง แป้งเน้น ๆ น้ำตาลแน่น ๆ หลีกเลี่ยงให้ไกลด่วนเลย แล้วอย่าลืมออกกำลังกายสลายพุงกันเป็นประจำด้วยล่ะ ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล.

Posted in ลดความอ้วน, ลดน้ำหนัก | Comments Off

กระชับรูขุมขน 5 วิธีสุดง่าย..แก้รูขุมขนกว้างบนใบหน้าคุณให้กระชับไม่อุดตัน

กระชับรูขุมขน 5 วิธีสุดง่าย..แก้รูขุมขนกว้างบนใบหน้าคุณให้กระชับไม่อุดตัน!! เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย เราจึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ กระชับรูขุมขน.
กระชับรูขุมขน
กระชับรูขุมขน 1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน

แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป การล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า

โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ กระชับรูขุมขน

3.เบคกิ้งโซดา

เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว

นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน กระชับรูขุมขน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต

โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติก ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว กระชับรูขุมขน.

Posted in สิว ริ้วรอย | Comments Off

วิธีลดต้นแขน คงมีสาวๆหลายคนที่ต้องเจอกับปัญหาต้นแขนใหญ่ที่คอย

วิธีลดต้นแขน คงมีสาวๆหลายคนที่ต้องเจอกับปัญหาต้นแขนใหญ่ที่คอย รังควานอยู่เป็นประจำ ไม่มั่นใจในการใส่เสื้อโชว์แขน วันนี้เรามีวิธีลดต้นแขนหลากหลายวิธีมาฝากคุณสาวๆคะ แต่เรามารู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่ต้นแขนใหญ่นั่นมาจากอะไรกันก่อนกว่าดีกว่า ต้นเหตุใหญ่ ๆ 2 ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ต้นแขนใหญ่ คือ 1.ต้นแขนที่ใหญ่จากการทำงาน อย่างหนักโดยการออกกำลังยกของ แบกหามของหรือทำงานโดยใช้แรงงานมาก ถ้าจับดูที่ต้นแขนจะรู้สึกตึงมือแน่น ทั้งนี้เพราะมีแต่กล้าม สำหรับวิธีลดต้นแขนที่ใหญ่เนื่องจากการทำงานหนักนี้ ต้องแก้ปัญหาที่วิธีการทำงานคือ ต้องลดน้ำหนักหรือปริมาณงานที่ต้องทำงานให้ลดลง จึงจะเป็นวิธีช่วยลดต้นแขนในเรื่องนี้ได้ วิธีลดต้นแขน.

วิธีลดต้นแขน
วิธีลดต้นแขน 2.ต้นแขนที่ใหญ่จากการกักตุนของไขมันบริเวณต้นแขน ถ้าใช้มือจับดูจะรู้สึกว่าต้นแขนนั้นใหญ่แต่ตัวแต่ไม่มีความแข็งแกร่งและความแน่นของ กล้ามเนื้อ จะนุ่นนิ่ม เหลว เนื่องจากเป็นไขมันที่สะสมอยู่บริเวณต้นแขนนั่นเอง วิธีลดต้นแขนในกรณีนี้ต้องใช้วิธีการออกกำลังโดย ออกกำลังกายเบา ๆ ไม่ต้องเน้นหนักที่น้ำหนัก แต่ให้เน้นที่ความถี่คือบริหารร่างกายให้บ่อยครั้งเข้าไว้
ซึ่งสาวๆโดยมากมีปัญหาต้นแขนใหญ่เนื่องมาจากการกักตุนของไขมันบริเวณต้นแขน เราจึงแนะวิธีลดต้นแขนดังต่อไปนี้
1.เวทเทรนนิ่ง หยิบดัมเบลล์หนึ่งกิโลกรัม หรือขวดน้ำหนึ่งลิตรมาทำตามนี้
-นั่งหรือยืนถือดัมเบลล์ในระดับศีรษะ ศอกทั้งคู่งอราวๆ 90 องศา แล้วค่อย ๆ ออกกำลังชูดัมเบลล์ขึ้นให้สุดแขน หันกลางฝ่ามือออกไปข้างหน้า ไม่แอ่นหลังและไม่ก้ม
-นั่งหรือยืนตัวตรง มือข้างหนึ่งถือดัมเบลล์ไว้ข้างหลังศีรษะ โดยงอข้อศอกไว้ ต่อไป ค่อย ๆ เบ่งแรงยืดแขนให้ชี้ตรงขึ้นเพดาน สลับข้างซ้าย-ขวา
-นั่งตรงขอบเก้าอี้ถือเวทหรือขวดน้ำที่มีขนาดพอดีมือ แล้วโน้มตัวมาข้างหน้านิดหน่อยใช้มือซ้ายยันเข่าเพื่อพยุงตัว ส่วนศอกขวายึดไว้กับเข่าขวาด้านในยกเวทหรือขวดน้ำเข้าหาไหล่ทำสัก 20 ครั้ง สลับกันทั้งสองข้าง วิธีลดต้นแขน
-ถือขวดน้ำข้างละใบไว้ที่ระดับสะโพกค่อย ๆ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ แล้วเหวี่ยงไปข้างหลัง วนเป็นรูปวงกลมทำราว 10 รอบ แล้วเปลี่ยนสลับข้าง
-ยืนกางขาให้พอดีกับหัวไหล่ 2 ข้าง แล้วถือดัมเบลล์ (หรือขวดน้ำ) แบบหงายมือวางแนบทิ้งกับลำตัว ต่อไปเกร็งแขน ยกดัมเบลล์ ในท่าพับศอกขึ้นมาชิดหัวไหล่ ค่อยๆทำช้าๆ ขึ้นลง สลับซ้ายขวา วันละ 20 ครั้ง
-ยืนกางขาพอเหมาะกับหัวไหล่ ในมือถือดัมเบลล์ทั้งมือซ้ายและมือขวาอย่างละอัน โดยถือแบบคว่ำมือวางติดกับลำตัว จากนั้นให้เกร็งแขนแล้วยกดัมเบลล์ขึ้นมาโดยไม่งอแขน ยกขึ้นมาให้ขนานกับพื้นในระดับที่พอดีกับหัวไหล่ ค่อยๆทำขึ้นลง วันละ 20 ครั้ง
-ยืนกางขาพอประมาณ ย่อเข่าแค่เล็กน้อย แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับดัมเบลล์ 1 อัน ค่อยๆ ยกขึ้นเหนือหัว เหยียดแขนทั้งสองให้ตรงค้างไว้สักพัก แล้วค่อยๆพับแขนลงข้างหลังให้เป็นรูปตัว L คว่ำ ขั้นตอนนี้ ควรจับให้แน่นเพื่อป้องกันอันตราย ทำวันละ 20 ครั้ง
2.ใช้ฮูลาฮูปที่มีขายทั่ว ๆไปเอามาใช้หมุนไปรอบ ๆ แขนแทนที่จะเป็นเอว เริ่มจากต้นแขนแล้วไล่ลงไปจนถึงข้อมือเปลี่ยนกันซ้าย-ขวา หรือจะทำพร้อมสองข้างเลยก็ได้
3.โดดเชือกบ่อยๆช่วยให้แขนเล็กลงได้ ก็เพราะว่าตลอดเวลาที่เล่นแขนเราจะเกร็ง แถมมีการหมุนแขนขยับเขยื้อนตลอดเวลาด้วย สักวันละร้อยครั้งไม่นานก็จะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
4.การชกลมโดยการก้าวเท้าซ้ายหรือขวาไปด้านหน้า ยืนให้มั่นคง แล้วกำหมัดเปล่า ๆ ชกตรงออกไป เวลาชกต้องดูให้ขาข้างที่ชกเหยียดตึง สะโพกบิดตามการชกเล็กน้อย สลับกันซ้าย-ขวา ท่อนแขนและหัวไหล่ก็จะได้รูปทรงและกระชับขึ้นมากเลยเทียว
5.เปลี่ยนความประพฤติของตัวเอง โดยการควบคุมโภชนาควบคู่การบริหารร่างกายไปด้วย เราต้องรับประทานอาหารที่มีคุณค่า และลดอาหารชนิดทอด ๆ ที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาลไปเสียบ้าง แล้วเวลาว่างควรขยับร่างกายบ่อยโดยการใช้แขนในการทำสิ่งต่างๆ แล้วเกร็งแขนไปในตัว อย่าง การยกหนังสือ ยกของที่มีน้ำหนัก ฯลฯ
สารพันวิธีลดต้นแขนนี้ลองไปฝึกปฏิบัติตามกันดูนะค่ะ เนื่องมาจากเป็น วิธีลดต้นแขน แบบง่าย ๆ สามารถทำเองได้ที่บ้านที่สำคัญใช้เวลาไม่มาก และเมื่อคุณมีแขนที่เรียวเล็กพอใจแล้วก็จะได้ใส่เสื้อโชว์แขนได้อย่างมั่นอกมั่นใจกันเลยทีเดียวค่ะ

รวมเทคนิคลดต้นแขน ต้นขา ที่คุณสามารถทำได้ทันที!

การลดต้นแขน ต้นขา ถือเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายๆ คนนั้น ต้องการลงมือทำมากที่สุด เพราะว่า สามารถช่วยให้คุณนั้น มีลดต้นแขน ต้นขา วิธีลดต้นแขน ที่มีขนาดเล็กลงขึ้นมาได้จริงๆ  และช่วยให้คุณนั้นดูดีขึ้น

แต่แน่นอนว่า เทคนิคการลดต้นแขน ต้นขา มีอยู่มากมาย เราจะเลือกใช้วิธีไหนดี ที่เหมาะสมกับตนเอง หากคุณสนใจแล้ว ลองใช้วิธีการต่อไปนี้ดูนะคะ น่าจะช่วยลดต้นแขน ต้นขาได้ดีมากๆเ ลยทีเดียวค่ะ
เทคนิคลดต้นแขน ต้นขา ที่คุณสามารถทำได้

เทคนิคลดต้นแขน ต้นขา ที่คุณสามารถทำได้ทันที!

ออกกำลังกายบริเวณต้นแขน ต้นขา

ข้อแรกสำหรับลดต้นแขน ต้นขา นั่นคือ การออกกำลังกาย จริงๆ แล้วการออกกำลังกายนั้น ถือเป็นหัวใจของการดูแลสุขภาพ หนึ่งในสามข้อเลยนะคะ

เพราะนอกจากจะช่วย ลดต้นแขน ต้นขาแล้ว ยังช่วยในเรื่องสุขภาพโดยรวมของคุณ อีกด้วยค่ะ

วิธีการคือ อาจใช้ดัมเบล หรือบาร์เบล เข้ามาช่วยสร้างความกระชับ รวมถึง การออกกำลังกายเฉพาะส่วนต้นขา จะช่วยให้กระชับแขนขา ได้เร็วมากๆ ค่ะ

หาอุปกรณ์ช่วยลดต้นแขน ต้นขา

นอกเหนือจากการออกกำลังกายแล้ว การหาอุปกรณ์ตัวช่วยเสริมต่างๆ เช่น การใช้ปลอกรัด บริเวณต้นแขนหรือต้นขา ก็สามารถช่วยสร้างความกระชับ ให้กับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นได้

และช่วยให้แขนขาของคุณนั้น มีความกระชับเพิ่มขึ้นได้จริงๆ สำหรับอุปกรณ์ตัวช่วยนั้น สามารถหาได้ในอินเทอร์เน็ตนะคะ วิธีลดต้นแขน.

Posted in ลดความอ้วน, ลดน้ำหนัก | Comments Off